ครานี้ หลี่เย่จึงมีตำแหน่งสำคัญเพิ่มขึ้นมาถึงสามตำแหน่ง
เจี๋ยตู้สื่อหลงโหย่ว สามารถควบคุมสิบสองโจวโดยมีซ่านโจวเป็นศูนย์กลาง ในรัชศกเทียนเป่า เกอซูฮั่นก็เคยดำรงตำแหน่งนี้ มีกำลังทหารตามอัตราเจ็ดหมื่นห้าพันนาย
เจี๋ยตู้สื่อซั่วฟาง ตามทฤษฎีแล้วมีพื้นที่หกโจวโดยมีหลิงโจวเป็นศูนย์กลาง มีกำลังทหารตามอัตราเจ็ดหมื่นห้าพันนายเช่นกัน
เจี๋ยตู้สื่อเหอซี ครอบครองเจ็ดโจวโดยมีเหลียงโจวเป็นหลัก มีกำลังทหารตามอัตราเจ็ดหมื่นนาย ทว่าเหอซีในยามนี้ไม่มีแม้แต่โจวเดียวอยู่ในมือราชสำนักถัง ด้วยเหตุนี้หลี่เย่จึงเรียกได้เพียงจิงเลี่ยสื่อ
หากว่ากันตามทฤษฎี ทั้งสามกองบัญชาการนี้ล้วนเป็นหัวเมืองสำคัญในบรรดาสิบกองบัญชาการของเทียนเป่าเมื่อครั้งอดีต เมื่อนำกำลังมารวมกันก็ยังมากกว่าของอันลู่ซานในเวลานั้นเสียอีก
มีกองทัพชายแดนชั้นยอดถึงสองแสนสองหมื่นนาย ครองกำลังถึงครึ่งหนึ่งของใต้หล้า
แท้จริงแล้ว ในช่วงกบฏอันลู่ซาน กองทัพทางการที่ประจันหน้ากับกองทัพกบฏอันลู่ซานนั้น ส่วนใหญ่ก็ใช้กำลังจากทั้งสามกองบัญชาการนี้เป็นหลัก
กัวจื่ออี๋ หลี่กวงปี้ ผูกู้หวยเอิน เกอซูฮั่น และเฟิงฉางชิง ล้วนเป็นขุนพลที่มาจากสามกองบัญชาการนี้
ทว่า นี่เป็นเพียงทฤษฎีมิใช่หรือ
หลังเกิดกบฏอันลู่ซาน กัวจื่ออี๋ หลี่กวงปี้ และคนอื่น ๆ นำกองทัพชายแดนสามกองบัญชาการฝั่งตะวันตกของต้าถัง เข้าปะทะโดยตรงกับกองทัพชายแดนสามกองบัญชาการฝั่งตะวันออกที่อันลู่ซานนำทัพมา ทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บล้มตายอย่างหนัก หัวเมืองภาคตะวันตกเฉียงเหนือจึงว่างเปล่า
โจวหลายสิบแห่งและกำลังทหารกว่าสองแสนนายที่กล่าวมาข้างต้น บัดนี้ล้วนเป็นเพียงภาพบุปผาในกระจก จันทราในสายน้ำ มีเพียงหลิงโจวของเจี๋ยตู้สื่อซั่วฟางเท่านั้นที่ยังอยู่ในอำนาจของราชวงศ์ถัง
ส่วนที่อื่น ๆ ล้วนถูกทู่ป๋อ อุยกูร์ ตังกุต และขุมอำนาจต่าง ๆ ยึดครอง
ด้วยเหตุนี้ หลี่เซวียนผู้เป็นโอรสสวรรค์จึงเอ่ยปากมอบตำแหน่งได้ตามใจ ส่วนขุนนางและแม่ทัพคนอื่น ๆ ก็ไม่เห็นว่ามีสิ่งใดผิดปกติ
