หลี่เย่หาใช่ซ่งเซียงกงไม่ จึงไม่คิดรอให้อีกฝ่ายข้ามแม่น้ำและจัดกระบวนทัพให้พร้อมเสียก่อนแล้วค่อยเข้าปะทะ
นั่นเท่ากับเอาชีวิตเหล่าทหารมาล้อเล่น สิ่งที่กองทัพถังใส่ใจอย่างแท้จริงคือเมื่อใดชื่อเต๋อจะข้ามแม่น้ำ
ด้วยเหตุนี้ หลี่เย่จึงสั่งให้กองท่าป๋ายแบ่งทหารม้าออกเป็นชุด ๆ ไปตรวจการณ์ริมฝั่งแม่น้ำ คอยจับตาความเคลื่อนไหวของธงใหญ่ประจำกองบัญชาการกลางของกองทัพทู่ป๋อ
ทันทีที่ธงใหญ่ประจำกองบัญชาการกลางข้ามแม่น้ำ ไม่ว่ากองทัพทู่ป๋อจะข้ามมาแล้วมากน้อยเพียงใด ก็ให้ลงมือเปิดศึกในทันที
ส่วนชื่อเต๋อจะเล่นกลสับเปลี่ยนตัวจริงกับตัวปลอมอย่างหลี่ไต้เถาจียงหรือไม่ กลับไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล
เพราะในกองทัพที่มีทหารหลายหมื่นนาย แท้จริงแล้วทหารสามัญย่อมมองไม่เห็น หรือถึงขั้นไม่รู้จักแม่ทัพใหญ่ของตนด้วยซ้ำ
สำหรับพวกเขา ธงใหญ่คือสัญลักษณ์ของแม่ทัพใหญ่
ไม่ว่าเจ้าจะเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม ขอเพียงธงใหญ่กลางทัพล้มลง ก็เท่ากับพ่ายแพ้แล้ว
ด้วยคุณภาพโดยทั่วไปของกองทัพในยุคนี้ อย่าว่าแต่กองทัพทู่ป๋อที่รวมชนเผ่าปะปนกันเลย ต่อให้เป็นกองทัพเซี่ยวเจี๋ย เมื่อเผชิญสถานการณ์เช่นนี้ก็ย่อมแตกพ่ายในไม่ช้าก็เร็ว
ชื่อเต๋อย่อมรู้ข้อนี้ดี
แต่กองทัพทู่ป๋อจำต้องให้กำลังหลักชั้นยอดข้ามแม่น้ำไปก่อน
มิฉะนั้นก็ไม่อาจตั้งหลักริมฝั่งได้เลย หากส่งทหารชนเผ่าปะปนข้ามไปก่อน กองทัพถังไม่จำเป็นต้องยกพลทั้งหมดออกศึก เพียงส่งทหารม้าไปก็สามารถไล่พวกเขาลงน้ำได้จนหมด
แต่หากส่งกำลังหลักข้ามไปทั้งหมดก่อน ชื่อเต๋อก็กังวลว่ากองทัพชนเผ่าปะปนซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่ขึ้นต่อกันจะก่อเรื่องบนฝั่งตรงข้าม
สุดท้ายจึงทำได้เพียงเลือกวิธีประนีประนอม
แบ่งทหารในสังกัดของตนออกเป็นสองส่วน สี่พันนายข้ามไปก่อนเพื่อยึดหลักริมฝั่ง ส่วนอีกสี่พันนายพร้อมทหารว่อโม่อีกห้าพัน แม้ฝีมือรบจะอ่อนด้อย แต่ยังพอเชื่อฟังคำสั่งได้ จึงให้คุมทหารชนเผ่าปะปนกลุ่มอื่นข้ามแม่น้ำ
ชื่อเต๋อข้ามแม่น้ำเป็นคนสุดท้ายแน่นอน
ระหว่างที่กองทัพทู่ป๋อกำลังข้ามแม่น้ำ กองทัพถังก็เริ่มตั้งขบวน
