“นี่คือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านอาจารย์ใหญ่เพิ่งส่งต่อให้ฉัน” หวังเหมยเคาะโต๊ะแล้วพูด “มีคนส่งจดหมายแบบนี้ให้ท่านอาจารย์ใหญ่และสำนักงานเขตการศึกษา บอกว่าเธอสอนไม่ตรงตามหลักสูตร ไม่สั่งการบ้านให้นักเรียน ทำให้เสียการเรียนของเด็ก”
หลินชิงอวี๋รู้สึกพูดไม่ออกในทันใด
“หัวหน้าหวัง การบ้านของฉันไม่ได้มาก แต่ที่ทำไปล้วนปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของนโยบายลดภาระอย่างเคร่งครัดนะคะ”
หวังเหมยเห็นหลินชิงอวี๋แก้ตัว สีหน้าก็ดำคล้ำขึ้นบ้าง “การลดภาระก็เป็นแนวคิดการศึกษาของเราในตอนนี้แน่นอน แต่ว่า คุณครูหลิน เธอเพิ่งเริ่มมีประสบการณ์ ยังต้องเรียนรู้จากคุณครูท่านอื่น การบ้านก็เป็นขั้นตอนหนึ่งในการทบทวนความรู้ ดูสิ ที่บอกว่านักเรียน ๆ แล้วจะไม่มีการบ้านเลยได้ยังไงกัน”
“หัวหน้าหวัง ฉันสั่งการบ้านนะคะ! แค่ว่าการบ้านส่วนใหญ่ เด็ก ๆ ทำเสร็จกันตอนดูแลหลังเลิกเรียนไปแล้ว ถ้าทำการบ้านเสร็จที่โรงเรียน กลับบ้านไปก็ทบทวนด้วยตัวเองได้ ผู้ปกครองก็ไม่ต้องมานั่งทำการบ้านไปกับลูกด้วยกัน ไม่สบายใจกว่าหรือคะ”
หวังเหมยฟังคำอธิบายของหลินชิงอวี๋ ก็เริ่มหมดความอดทนมากขึ้น “เธอแค่สั่งการบ้านให้พวกเขาเพิ่มสักหน่อยก็จบแล้วมิใช่หรือ จะพูดยืดยาวทำไมกัน!”
เป็นหัวหน้ามาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคุณครูใหม่ที่ไม่ยอมทำตามที่เธอสั่ง!
ในใจของหลินชิงอวี๋ก็อัดอั้นอยู่ไม่น้อย แต่ภายนอกยังคงกล่าวเสียงเรียบ ๆ ว่า “หัวหน้าหวัง ฉันกลัวว่าถ้าการบ้านมากเกินไป ผู้ปกครองก็จะเอาเรื่องฉันอีกน่ะสิคะ”
หวังเหมยกลับรู้สึกว่าหลินชิงอวี๋เถียงกลับ ใบหน้าเย็นชาลงสิ้นเชิง ออกคำสั่งตรง ๆ เลยว่า “สรุปคือ เธอไปอธิบายเรื่องนี้ในกรุ๊ปผู้ปกครองให้ทุกคนทราบ ไปเรียนรู้จากคุณครูคนอื่น ๆ สั่งการบ้านเพิ่มอีกนิดหน่อยโดยใส่รหัสผ่านหรืออะไรเทือกนั้น พวกการบ้านอิสระ การพัฒนาทักษะเสริมอะไรนั่น… จะต้องสั่งการบ้าน แต่ก็ต้องไม่ให้ใครจับผิดได้!”
