ก่อนจะหมดสติ เสิ่นหนานจือได้ยินผู้คนรอบข้างพากันพูดจาเซ็งแซ่
“โลกกว้างใหญ่ มีเรื่องประหลาดได้ทุกอย่างจริง ๆ เดี๋ยวนี้ถึงกับมีคนแกล้งถูกรถชนโดยเด็กด้วยหรือ? แกล้งทำใช่ไหม? ดูสิ ทำเด็กตกใจหมดแล้ว ขัดสนเงินขนาดนั้นเลยหรือไง อยากได้เงินจนเป็นบ้าแล้วหรือ?”
“คนหนุ่มสาวสมัยนี้นี่นะ ไม่คิดหาทางทำมาหากิน เอาแต่คิดจะแกล้งถูกรถชน?”
“นี่ ตื่นสิ เลิกแกล้งได้แล้ว ฉันเห็นนะ รถไฟฟ้าของเด็กแค่เฉี่ยวเธอเอง สาวน้อย ไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ อย่างน้อยก็เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ช่วยทำความดีสะสมบุญให้ตัวเองบ้างเถอะ”
“ไม่สิ ดูเหมือนเธอจะหมดสติจริง ๆ รีบโทรเรียกรถพยาบาลเร็ว!”
“ให้ตายสิ คงไม่ได้ตายจริง ๆ หรอกนะ?”
ผู้คนริมถนนต่างพากันเข้ามามุง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้ใหญ่ถูกรถเด็กอายุห้าหกขวบชนจนตาย
ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็น เสิ่นหนานจือเองก็ไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องเจอฉากอับอายขายหน้าถึงเพียงนี้ หากตอนนี้เธอยังมีสติอยู่ คงฝืนลุกขึ้นไปหามุมที่ไม่มีใครสนใจแล้วค่อยล้มตัวลงนอน ไม่ใช่มาขายหน้าต่อหน้าคนมากมายแบบนี้ แถมยังมีโอกาสขึ้นพาดหัวข่าวอีก
เธอยอมให้รถเก๋งชนเสียยังจะสมเหตุสมผลกว่า
จู่ ๆ หญิงสาวคนหนึ่งก็พุ่งออกมาจากฝูงชน ซางอวี๋ร้อนใจอย่างยิ่ง
เดิมทีเมื่อครู่เธอตั้งใจจะไปหาเสิ่นหนานจือ แต่กลับไม่เจอ แล้วจู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าช่วงเวลานี้ตัวเธอกำลังจะกลับเข้าตระกูลเสิ่น หากอยากกลับเข้าตระกูลเสิ่น สิ่งแรกที่ต้องเกิดขึ้นก็คือเสิ่นหนานจือได้รับบาดเจ็บจนเลือดตกยางออก ชาติก่อนเป็นเพราะเสิ่นหนานจือถูกรถบรรทุกชน เธอจึงอดเป็นห่วงไม่ได้
ดูเหมือนเธอจะมาช้าไปก้าวหนึ่ง แต่เมื่อมองคนขับที่ก่อเหตุแล้ว
