เสิ่นหนานจือย่อมไม่มีทางชอบเสิ่นอวี้ อย่างไรเสียทั้งคู่ก็มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกัน
ถึงจะไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกัน ก็ยังรู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่ดี
สิ่งเดียวที่เธอใส่ใจคือหุ้น 12 เปอร์เซ็นต์นั้น เพราะไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบไหน ขอเพียงมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องก็มั่นคงที่สุด
นี่คือสิ่งที่เสิ่นหนานจือเชื่อมาตลอด
ความสัมพันธ์ที่ไม่มีผลประโยชน์ย่อมไปไม่ไกลอย่างแน่นอน
เหมือนตอนที่เธอยังมีชีวิตอยู่ในหุบเขาลึก เด็กสาวส่วนใหญ่ต่างเคยถูกกลั่นแกล้งสารพัดรูปแบบ
ยกเว้นเธอ ส่วนเหตุผลก็ออกจะน่าขันอยู่บ้าง เพราะพ่อแม่อยากขายเธอให้ได้ราคาดี
อย่างไรเสีย ลูกนกที่ยังไม่โตย่อมขายได้ราคาสูงกว่า
เพราะเธอมีผลประโยชน์ต่อพ่อแม่ ตั้งแต่เด็กเธอจึงแตกต่างจากเด็กผู้หญิงคนอื่น ได้รับการศึกษา พ่อแม่ก็คอยปกป้อง ไม่ยอมให้ทำงานสกปรกหรืองานหนัก
ทั้งหมดก็เพื่อเลี้ยงดูเธอให้ดีหน่อย จะได้ขายได้ราคาสูงขึ้นในภายหน้า
แต่ใครจะคิดว่าลูกนกเมื่อโตขึ้นก็จะมีความคิดเป็นของตัวเอง
เธอหนีออกจากครอบครัวเดิมได้สำเร็จ
และใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง
แม้จะเป็นชีวิตธรรมดายิ่งกว่าคนทั่วไป แต่เธอก็พอใจแล้ว
ตอนเรียนมัธยมปลาย เธอเริ่มชกมวยใต้ดิน ไม่ใช่เพราะชอบ แต่เพื่อจะได้เรียนจนจบในเมืองที่ไม่คุ้นเคย และตั้งหลักปักฐานที่นี่ให้ได้ ช่วงแรกเธอผอมแห้ง ได้แต่ถูกกดลงกับพื้นแล้วซ้อมอยู่ฝ่ายเดียว เมื่อก่อนเธอมักพูดว่า หากอยากเอาชนะคู่ต่อสู้ สิ่งแรกที่ต้องทำคือทนเจ็บให้เก่ง
