ฉีต๋าก็ไม่สนใจเขาอีก เขารีบมาทันทีที่ได้รับข้อความจากฉู่หยวน ตอนนี้ยังไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัด
จึงหันไปมองฉู่หยวน ตำหนิว่า “หุนหันพลันแล่นเกินไป! รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน!?”
ฉู่หยวนไม่ใส่ใจ “ถ้าอีกฝ่ายต้องการเอาชีวิตผม พวกมันก็ลงมือกับผมโดยตรงแล้ว จะเสียแรงไปฆ่าหลี่เฉินทำไม......”
เห็นท่าทีเช่นนั้น ฉีต๋าก็โกรธหนักกว่าเดิม “เหลวไหล! คิดว่าตัวเองฉลาดนักรึไง!?”
“......”
ฉู่หยวนไม่พูด ฉีต๋าก็จนใจอยู่บ้าง
เขารู้ว่าที่ฉู่หยวนพูดก็มีเหตุผล แต่พฤติกรรมแบบนี้ก็เสี่ยงอันตรายมาก
เขาเพียงให้ฉู่หยวนคอยสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว เช่น มีใครจงใจเข้าใกล้เขาหรือไม่ แต่ไม่เคยบอกให้เขาเป็นฝ่ายออกตามหาสิ่งผิดปกติเลยนะ......
หัวหน้าหน่วยสถานีรักษาความสงบเหมือนจะชดเชยที่ลูกน้องพูดผิดเมื่อครู่ เอ่ยขึ้นก่อนว่า “อาจารย์ใหญ่ฉี นักเรียนของท่านคนนี้ฝีมือแข็งแกร่งจริง ๆ!”
“แข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็นนักเรียน!” ฉีต๋าส่งเสียงเย็นชา “ว่าไง สถานการณ์เป็นยังไงแน่?”
“ก็คือคนที่ปลอมเป็นผมปรากฏตัว ฆ่าพ่อของโจวเจ๋อ
แล้วหัวหน้าหน่วยคนนี้ก็สงสัยว่าผมจัดฉากเอง เลยเชิญผู้บำเพ็ญขั้นลมปราณในมาร่วมเล่นละครกับผม......”
ฉีต๋าพยักหน้า “ฉู่หยวนเป็นแค่นักเรียนคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ของเขา พวกคุณสืบไม่ได้รึไง?
ถ้าพูดแบบนั้น คนที่น่าสงสัยที่สุดดูจะเป็นฉัน?”
“......”
ฉู่หยวนครุ่นคิด เหมือนว่าผู้บำเพ็ญระดับสูงที่สนิทกับเขามีแค่ฉีต๋าจริง ๆ?
แน่นอนว่าเขาน่าสงสัยที่สุด แต่หัวหน้าหน่วยสถานีรักษาความสงบไม่กล้ารับประเด็นนี้ ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ สองที
