จาบารีลากสังขารอันเหนื่อยล้ากลับเข้าไปในกระท่อมมุงหญ้าหลังนั้น
ตอนนั้น คนอีกสองคนในกระท่อมกำลังหลับสนิท พอได้ยินเสียง หญิงผิวดำคนหนึ่งก็ผุดลุกขึ้น
“จาบารี ใช่คุณหรือเปล่า”
“ผมเอง” เขาตอบเสียงเบา
ทันใดนั้น เสียงเด็กชายที่กำลังอยู่ในวัยเสียงแตกก็ดังขึ้นจากข้าง ๆ “คุณปู่ กลับมาแล้วเหรอครับ!”
จาบารีคลำหาตะเกียงน้ำมันในความมืด จุดไฟขึ้นมา เด็กชายวัยราวสิบสามสิบสี่ปีก็ตื่นเต้นจนลุกพรวดจากเสื่อฟาง
คนทั้งสองนี้ คนหนึ่งเป็นภรรยา อีกคนเป็นหลานชายของเขา ส่วนลูกชายนั้นเดิมเป็นยามเฝ้าเหมืองแร่ และตายไปแล้วในการสู้รบครั้งที่เผ่าเอ็นโกรโรบุกโจมตีเหมืองแร่
เขายื่นมือไปลูบหัวดำขลับของหลานชาย แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่
“กินข้าวหรือยัง” หญิงคนนั้นลุกขึ้นนั่งบนเตียง
“ยังเลย” จาบารีส่ายหน้า
หญิงคนนั้นลุกไปยังชั้นไม้ข้าง ๆ ยกจานแป้งมันสำปะหลังที่ปั้นเป็นก้อนมาวาง พร้อมผักใบเขียวที่ไม่รู้จักในชามเล็ก ๆ และเนื้อสัตว์ย่างชิ้นหนึ่ง วางไว้ตรงหน้าจาบารี
จะว่าไป ถึงที่นี่จะทำงานหนักและไม่มีค่าแรง แต่อาหารก็ยังพอใช้ได้
ลองคิดดู คนเหล่านี้ต้องใช้แรงงานวันละสิบห้าชั่วโมง หากเผ่าเอ็นโกรโรไม่จัดอาหารที่พอเป็นเรื่องเป็นราวให้ ร่างกายคงทรุดโทรมเข้าสักวัน พอถึงตอนนั้นไม่มีใครขุดเหมือง พวกเขาก็ต้องไปหาคนจากเผ่าตัวเองมาแทน
อาหารเย็นชืดหมดแล้ว แต่จาบารีก็ไม่ได้เลือกกิน เขานั่งลง หยิบแป้งก้อนหนึ่งขึ้นมากิน
“คุณปู่ อร่อยไหมครับ” หลานชายของจาบารีนั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้า มือทั้งสองรองคาง ดวงตาจับจ้องแป้งก้อนในมือเขาไม่กะพริบ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงโดยไม่รู้ตัว
