ต่อจากนั้นก็เป็นเสียงที่สอง
เสียงที่สาม...
หอสังเกตการณ์ทุกแห่งที่ติดตั้งปืนกล มีทหารยามยืนเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ศีรษะดำขลับก็ระเบิดกระจายทีละคน
อาหยางนอนหมอบอยู่ข้าง ๆ กล้องส่องทางไกลในมือสั่นเล็กน้อย
ทุกครั้งที่เห็นภาพเช่นนี้ แม้จะเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว แต่พอได้เห็นทีไร ในใจก็ยังอดตกตะลึงไม่ได้
ตอนอยู่หน่วยเดิม ต่อให้เป็นพลซุ่มยิงระดับท็อปก็คงทำแบบนี้ไม่ได้หรอกมั้ง
ไม่ต้องเล็งด้วยซ้ำ ยกมือขึ้นก็ยิงหนึ่งนัด ยิงทีไรก็เข้าหัวทุกที
ให้ตายเถอะ นี่มันเปิดสูตรโกงอยู่หรือไง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าอาชีพหลักของเซี่ยอี้ไม่ใช่พลซุ่มยิงด้วยซ้ำ
เสียงปืนดังสนั่นรวมทั้งสิ้นสิบสามนัด ในที่สุดก็หยุดลง
นอกเหมืองแร่ ผู้คนนับพันได้เห็นฝีมือการยิงอันเหนือชั้นกับตาตัวเอง ทุกคนต่างตกตะลึง
พอได้สติกลับมา ก็ไม่รู้ว่าใครตะโกนขึ้นมาก่อน
“เพื่อเผ่า!”
จากนั้นก็มีเสียงที่สอง เสียงที่สาม ตามมา ลุกลามรวดเร็วราวกับไฟป่าลามทุ่ง
เสียงของคนนับพันรวมกันเป็นหนึ่ง กึกก้องกัมปนาท
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มบุกทะลวงอย่างไม่กลัวตาย อิกอร์ห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่อยู่
“ตั้งแถว! ตั้งแถว!”
“อย่าบุก! อย่าเพิ่งรีบร้อน!”
แต่ความฮึกเหิมที่ถูกจุดขึ้นมานั้นกดไม่อยู่แล้ว คนส่วนใหญ่ตาแดงก่ำ พากันกรูไปยังรั้วลวดหนาม ทิ้งคำสั่งยุทธวิธีของเขาไว้เบื้องหลังจนหมด
อิกอร์มองไปรอบ ๆ อย่างจนใจ ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่คนที่นำหน้าบุกและตะโกนคำขวัญ
