เขากดโทรออกไปยังหมายเลขที่เขียนไว้บนกระดาษโน้ต
เสียงสัญญาณดังขึ้นไม่ถึงสองครั้ง ปลายสายก็รับ
“ฉันเอง”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นเสียงดีใจของอันนาก็ดังขึ้นผ่านโทรศัพท์
“บรู๊ส นายสลับกองแล้วเหรอ ฉันนึกว่านายจะสลับกองพรุ่งนี้เสียอีก!”
“สลับวันนี้”
“นายกินข้าวหรือยัง”
“ยัง”
“ตอนนี้นายอยู่ที่ไหน”
“ในตัวเมืองโดเนตสค์”
“รอก่อนนะ ฉันจะบอกที่อยู่ เดี๋ยวฉันรีบไปหา”
ที่อยู่?
เซี่ยอี้เงยหน้ามองสภาพแวดล้อมรอบตัว ก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล
“นายรู้จักโรงแรมอัซมุตไหม”
“รู้จัก รอฉันก่อนนะ เดี๋ยวไปถึงแล้ว”
พูดจบ อันนาก็วางสาย
เซี่ยอี้สะพายกระเป๋า เดินข้ามถนนไปยืนรออยู่หน้าโรงแรม
หิมะตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยอี้หนาวจนต้องเดินวนไปมาอยู่กับที่ เพื่อบรรเทาความเย็นเยียบที่เสียดแทงถึงกระดูก
ราวสิบกว่านาทีต่อมา รถฮาวัล H9 คันหนึ่งก็จอดลงตรงหน้าเซี่ยอี้
กระจกรถเลื่อนลง อันนาห่อตัวอยู่ในเสื้อขนเป็ดหนาตัวหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงใบหน้าเล็กประณีตขนาดเท่าฝ่ามือ
“รอนานไหม รีบขึ้นรถสิ” อันนาพูดด้วยรอยยิ้ม
เซี่ยอี้เปิดประตูรถแล้วขึ้นไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ
ภายในรถเปิดเครื่องทำความร้อนเอาไว้ เป็นโลกคนละใบกับโลกน้ำแข็งและหิมะด้านนอกโดยสิ้นเชิง
“เราไปกินข้าวกันเถอะ นายอยากกินอะไรไหม”
“อะไรก็ได้” เซี่ยอี้ตอบเสียงทุ้ม
อันนาพยักหน้า ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ไม่นาน รถก็จอดหน้าอาคารเก่าแก่หลังหนึ่ง เหนือทางเข้ามีป้ายขนาดไม่ใหญ่นัก เขียนว่า บ้านพุชกิน เป็นร้านอาหารรัสเซียแท้ ๆ ที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่ง
