ใบหน้าของหัวหน้าเผ่าเผยความงุนงงออกมา ก่อนจะถามขึ้นเป็นภาษาท้องถิ่น
มาร์คัสแปลให้ฟังว่า “หัวหน้าเผ่าบอกว่า ผู้ชายเผ่ามวานีเชื่อฟังหัวหน้าเผ่ามาโดยตลอด ถ้าคุณให้พวกเขาฝึก พวกเขาก็จะเชื่อฟังคุณเอง”
เซี่ยอี้เข้าใจความหมายของคำพูดหัวหน้าเผ่าทันที
นั่นก็คือฝึกให้หนัก ไม่ต้องปรานี ไม่ต้องออมมือ
เซี่ยอี้พยักหน้า
ตอนนั้นเอง หัวหน้าเผ่าก็พูดขึ้นมาอีกสองสามประโยค น้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเมื่อครู่เล็กน้อย
มาร์คัสฟังจบแล้วหันมาบอกเซี่ยอี้ว่า “หัวหน้าเผ่าเชิญพวกคุณเข้าไปนั่งในบ้าน เดี๋ยวเขาจะจัดที่พักให้”
พอได้ยินดังนั้น ทุกคนก็เดินตามหัวหน้าเผ่าเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ที่สร้างจากดินและแผ่นเหล็ก
ภายในบ้านมีแสงสลัว แต่ก็เก็บกวาดสะอาดสะอ้านพอสมควร
บนพื้นปูหนังสัตว์สีซีดด่างอยู่หลายผืน มุมห้องมีหอกกับธนูวางกองอยู่ไม่กี่ชุด
หัวหน้าเผ่าผายมือให้พวกเขานั่งลง ก่อนจะตะโกนเรียกไปทางประตู หญิงสาวผิวดำร่างผอมคนหนึ่งถือไหดินเผาเดินเข้ามา แล้วรินของเหลวขุ่น ๆ ให้ทุกคนคนละชาม
“นี่คือเหล้ากล้วย” มาร์คัสเตือนเสียงเบา “ดีกรีไม่สูง แต่อย่าดื่มมากล่ะ”
พอได้ยินว่าเป็นเหล้า ดวงตาของทุกคนก็สว่างวาบขึ้นทันที ไม่สนใจว่ามันสะอาดหรือเปล่า ยกชามขึ้นซดคำโต
อังเดรดื่มหมดเป็นคนแรก เขาเช็ดปากแล้วจุ๊ปาก สีหน้าดูแปลกประหลาดเล็กน้อย
“หวาน... รสชาติดีใช้ได้เลย แค่เปรี้ยวนิดหน่อย”
เซี่ยอี้ยกชามขึ้นดม ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะลองจิบ
รสชาติดีใช้ได้เลย
หัวหน้าเผ่ามองพวกเขาดื่มเหล้าจนหมด ใบหน้าดำคล้ำก็มีรอยยิ้มบาง ๆ เพิ่มขึ้นมา
