ก่อนหน้านี้เธอไม่พูด เพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ต่อให้แจ้งตำรวจก็ใช่ว่าหวังจวี๋ฮวาจะยอมรับ เธอแค่ได้ยินมาเพียงผ่าน ๆ ไม่มีหลักฐานด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้นอาจกลับถูกคนอื่นตราหน้าว่าอกตัญญู แล้วยังถูกชี้หน้าต่อว่าอีก
แต่ตอนนี้หวังจวี๋ฮวามาถึงโรงเรียนแล้ว เธอจำเป็นต้องพูดออกไป ไม่อย่างนั้นคนอื่นคงคิดว่าเป็นความผิดของเธอจริง ๆ ส่วนที่พูดว่าจะแจ้งตำรวจก็แค่ต้องการข่มขวัญหวังจวี๋ฮวาเท่านั้น
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนต่างตกตะลึง แม้แต่หวังจวี๋ฮวาก็สะดุ้ง ไม่คิดว่าเซี่ยเสี่ยวซีจะได้ยินเรื่องนั้น ในเมื่อเป็นแบบนี้ ยิ่งต้องพายัยเด็กนี่กลับไปให้ได้ ไม่อย่างนั้นต่อไปคงไม่มีทางจัดการเธอได้อีก คิดแล้วก็ยิ่งออกแรงกระชากเซี่ยเสี่ยวซี
ครูเฉารีบเข้ามาช่วยเซี่ยเสี่ยวซี หลี่ฮ่าวหรานกับเด็กผู้ชายอีกหลายคนก็รีบเข้ามาขวางหวังจวี๋ฮวา ชั่วขณะนั้นสถานการณ์ชุลมุนไปหมด
ในที่สุดเซี่ยเสี่ยวซีก็หลุดจากมือหวังจวี๋ฮวาได้ แขนของเธอแดงก่ำจากการถูกบีบรัด
“หลี่ฮ่าวหราน ไปตามตำรวจสองนายจากสถานีตำรวจมาที” ครูเฉาโกรธจนตัวสั่น เขาเชื่อว่าคำพูดของเซี่ยเสี่ยวซีเป็นความจริง
หลี่ฮ่าวหรานได้ยินดังนั้นก็หันหลังวิ่งออกไปทันที
เมื่อเห็นว่าใช้ไม้แข็งไม่ได้ หวังจวี๋ฮวาก็เปลี่ยนมาใช้ไม้อ่อน “ครูเฉา เมื่อกี้ที่เธอพูดก็แค่หวังจะได้เรียนต่อ อย่าหลงเชื่อเธอเลย พ่อแม่ของเธอตายตั้งแต่ยังเล็ก ฉันกับสามีเลี้ยงเธอกับพี่ชายมาอย่างยากลำบาก ครอบครัวเราก็ลำบากจริง ๆ จะให้เธอมาเรียนแล้วคบผู้ชายในโรงเรียนได้ยังไง”
เสี่ยวซีตาแดงก่ำ เอ่ยว่า “ป้าพยายามสาดโคลนใส่หนูไม่หยุด ก็เพราะไม่อยากให้หนูเรียนต่อไม่ใช่เหรอ ปีที่พ่อแม่หนูเสีย หนูอายุ 9 ขวบ พี่ชายอายุ 13 แล้วจะบอกว่าครอบครัวป้าเลี้ยงดูพวกหนูมาจนโตได้ยังไง อีกอย่างทั้งครอบครัวป้าย้ายเข้ามาอยู่บ้านเรา ยังทำกินบนที่ดินของเรา หนูกับพี่ชายต้องทำงานทุกวัน คอยรับใช้คนทั้งบ้านของป้าด้วย
“ป้ายังยึดเงิน 230 หยวนที่พ่อแม่ทิ้งไว้ไปทั้งหมด หลังจากนั้นเงินที่พี่ชายออกไปทำงานหาได้ก็ต้องยกให้ป้า แม้แต่เงินที่หนูไปทำงานในโรงถ่ายช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ป้าก็ยึดไปหมด เงินทั้งหมดรวมกันก็พอให้หนูกับพี่ชายใช้ชีวิตได้ถึง 6 ปีแล้วไม่ใช่เหรอ แถมยังพอให้หนูได้เรียนหนังสือด้วย!”
ทุกคนมองเซี่ยเสี่ยวซีด้วยแววตาเวทนา แต่เธอยังพูดไม่ทันจบ หวังจวี๋ฮวาก็พุ่งเข้ามาหมายจะคว้ามือเสี่ยวซี “รีบกลับบ้านกับฉัน!”
เสี่ยวซีคอยระวังหวังจวี๋ฮวาอยู่ตลอด พอเห็นอีกฝ่ายขยับก็รีบกระโดดหลบ “ครูเฉา ช่วยหนูด้วย หนูไม่กลับไป ถ้ากลับไป ชีวิตนี้หนูจบแน่!”
ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปช่วยเซี่ยเสี่ยวซีอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าตัวเองคนเดียวสู้คนทั้งกลุ่มไม่ไหว หวังจวี๋ฮวาก็ตบต้นขาฉาดแล้วทรุดนั่งลงกับพื้น “โอ๊ย ฉันแก่ปูนนี้แล้วยังต้องโดนคนรังแกอีก ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว!”
ครูเฉาเหลือบมองหวังจวี๋ฮวาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนหันไปบอกนักเรียนในห้องว่า “พวกเธอเอาหนังสือไปอ่านที่สนามก่อน พรุ่งนี้ก็สอบแล้ว อย่าเสียเวลา”
แม้นักเรียนในห้องจะอยากดูเรื่องวุ่นวายกันทุกคน แต่เมื่อครูประจำชั้นพูดแล้ว พวกเขาก็ถือหนังสือทยอยออกไป
ระหว่างอยู่ที่สนาม จางหลานเดินเข้าไปหาหวังเหม่ยลี่ที่ยังคอยชะเง้อมองไปทางห้องเรียน “เธอนี่มันคนต่ำช้า จิตใจชั่วร้าย อำมหิต!” เธอโกรธจนด่ารัวเป็นชุดเพื่อระบายความอัดอั้น ในใจยังนึกถึงภาพเสี่ยวซีเมื่อครู่แล้วก็รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน
พูดไปพูดมา ทั้งสองก็เข้าตบตีกันอีกครั้ง เด็กผู้หญิงในสนามจึงเริ่มเข้ามาห้ามศึกกันอีกรอบ
ไม่นานตำรวจจากสถานีก็มาถึง หลังฟังครูเฉาเล่าเรื่องจบ ตำรวจจางก็ถามหวังจวี๋ฮวาเรื่องยาสลบกับการแต่งงานแลกเปลี่ยน
หวังจวี๋ฮวาปฏิเสธหัวชนฝา บอกเพียงว่าเรื่องยาสลบเป็นสิ่งที่เซี่ยเสี่ยวซีกุขึ้นมา ส่วนเรื่องแต่งงานแลกเปลี่ยนก็ไม่ใช่เรื่องจริง แค่คิดจะหาครอบครัวให้เธอแต่งงานด้วยเท่านั้น
