“เหวินถิงเซี่ย!”
ดูท่าจะไม่ค่อยดี เฮ้อซวยหลินจึงเรียกชื่อเต็มของเธอ
หญิงสาวที่ขดตัวอยู่บนเตียงไม่ตอบ ร่างกายสั่นเทายิ่งกว่าเดิม แขนทั้งสองกอดเข่าไว้ ดูทรมานมาก
เฮ้อซวยหลินผลักประตูห้อง เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงข้างเตียง เหวินถิงเซี่ยเหงื่อท่วมตัวจนเปียกชุ่ม ผมที่เปียกเหงื่อจับเป็นช่อแนบติดใบหน้า ลำคอ และเนินอก
หมีเหรอ?!
เฮ้อซวยหลินหรี่ตา คว้าผ้าห่มที่อยู่ข้าง ๆ มาคลุมร่างหญิงสาว ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นแล้วเอื้อมมือไปแตะหน้าผาก
“ร้อน~”
เหวินถิงเซี่ยที่ถูกห่อไว้ดิ้นไปมาอย่างไม่อยู่นิ่ง พยายามถีบผ้าห่มออก
“อย่าดิ้นสิ” เฮ้อซวยหลินกอดหญิงสาวแน่นขึ้นอีกนิด “เบบี๋ เธอเป็นไข้ เดี๋ยวฉันพาไปโรงพยาบาล”
เขาอุ้มเหวินถิงเซี่ยทั้งคนทั้งผ้าห่มพาดบ่าข้างเดียว หยิบชุดนอนที่วางอยู่บนพื้น แล้วเดินออกไปพลางโทรหาคนขับรถของตระกูลเฮ้อ “รีบไปรอฉันที่ลานจอดรถชั้นล่าง พาฉันไปโรงพยาบาล”
“ครับ คุณชายใหญ่”
ในรถ
เหวินถิงเซี่ยหลับไม่สบายเอามาก ๆ
เดี๋ยวก็ฝันถึงเจ้าของร่างเดิม ย้อนกลับไปเมื่อ 11 ปีก่อน ตอนอยู่ในสถานสงเคราะห์
แม่เสิ่นจับมือเล็ก ๆ ของเธอไว้อย่างเอ็นดู ใบหน้าเปื้อนยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน เธอเองก็ชอบหญิงสาวสวยสะพรั่งคนนี้มาก อยากเรียกอีกฝ่ายว่าแม่
แต่แล้วน้องสาวของเธอก็ป่วยอีกแล้ว
ผู้อำนวยการบอกว่าไม่ได้ป่วยหนัก ไม่ต้องกินยา อย่าใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง
สถานสงเคราะห์มีการรักษาพยาบาลที่แย่มาก น้องสาวป่วยบ่อยครั้ง เธอกลัวว่าน้องจะทนไม่ไหว
เซี่ยเซี่ยตัวน้อยร้องไห้อ้อนวอนแม่เสิ่น บอกว่าตัวเองมีน้องสาว น้องสาวสวยและน่ารักกว่าเธอ ทั้งยังต้องการโอกาสถูกรับเลี้ยงครั้งนี้มากกว่า ขอร้องให้แม่เสิ่นพาน้องไป
