【สาวซ่า ฉันไม่มีสิทธิ์บอกเธอมากไปกว่านี้ เธอไม่ต้องกดดัน อย่าคิดว่าตัวเองแย่งอะไรจากเจ้าของร่างเดิมไปเลย บทนี้เจ้าของร่างเดิมไปต่อไม่ไหว เธอจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงสามเดือนข้างหน้า】
【ความผูกพันในครอบครัวคือพันธนาการที่เธอหนีไม่พ้นไปตลอดชีวิต เธอจะไม่แย่งอะไรกับน้องสาวหรอก】
“โง่จริง ๆ ยอมให้เขามามากพอแล้วแท้ ๆ”
เหวินถิงเซี่ยนวดขมับที่ปวดตุบ ๆ หลังไข้ขึ้นสูง ร่างกายก็เหมือนจะแหลกเป็นชิ้น ๆ
คิวคิวเห็นด้วยอย่างยิ่ง:
【ก็ใช่น่ะสิ บางครั้งการให้ความสำคัญกับความรู้สึกมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี ไม่ว่าจะเป็นความผูกพันในครอบครัว มิตรภาพ หรือความรัก สาวซ่า เธอไม่เหมือนเจ้าของร่างเดิมสักหน่อย อีกอย่างนั่นก็ไม่ใช่น้องสาวแท้ ๆ ของเธอ นางเอกแล้วไงล่ะ เราไม่ได้ติดค้างอะไรหล่อนสักหน่อย ถ้ายังเสียมารยาทกับเธอเหมือนเมื่อก่อน เธอก็ไม่ต้องทำดีกับหล่อนหรอก อย่าไปตามใจนิสัยเสียของหล่อน】
【เป็นนางเอกแสนดีไร้เดียงสาอยู่ดี ๆ ไม่ชอบ ดันทำตัวจนคาแรกเตอร์พังไปหมดแล้ว ดูสิ ในฐานะนางร้ายสมองกลวงอย่างพวกเรา เอาแต่ใจบ้างก็สมเหตุสมผลสุด ๆ】
“งั้นต่อไปฉันจะไม่ค่อยสนใจเสิ่นหลิงเหยาแล้ว ฉันกับคนที่เป็นเจ้าหญิงนิทราเข้ากันไม่ได้มาตั้งแต่เกิด” เหวินถิงเซี่ยถอนหายใจโล่งอก ไม่ต้องฝืนเข้าสังคมอีกแล้ว
【สาวซ่า ไม่ต้องห่วง เจ้าของร่างเดิมยังมีชีวิตอยู่】
เฮ้อซวยหลินถือกล่องอาหารเก็บความร้อน เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย ก็เห็นเหวินถิงเซี่ยลืมตาจ้องเพดาน ลูกตากลอกไปมา ราวกับกำลังคุยกับใครอยู่
