หลังมื้อกลางวันจบลง เสิ่นเยี่ยนซวยก็กลับไป เฮ้อซวยหลินขับรถไปส่งเหวินถิงเซี่ยที่มหาวิทยาลัย
ระหว่างทาง เฮ้อซวยหลินไม่พูดอะไรสักคำ มือเรียวยาวข้อนิ้วชัดวางอยู่บนพวงมาลัย
นาฬิกาข้อมือโลหะบนข้อมือสะท้อนแสงจากนอกหน้าต่างจนเปล่งประกาย เหวินถิงเซี่ยดูไม่ออกว่าเป็นยี่ห้ออะไร แต่กลับยิ่งขับให้ชายหนุ่มดูเย็นชาและสูงศักดิ์
“เพนกวินน้อย นายว่าพี่หลินกำลังโกรธอยู่หรือเปล่า?”
เหวินถิงเซี่ยแอบเหลือบมองชายหนุ่มข้างกาย ดวงหน้ายังคงหล่อเหลาเหมือนเดิม แต่ไม่รู้ทำไมถึงดูเย็นชาอยู่หน่อย ๆ จนเธอไม่ค่อยกล้าพูด ได้แต่คุยกับคิวคิวสองสามประโยค
【โธ่ เขาจะมีอะไรให้โกรธล่ะ เมื่อกี้ยังยิ้มจนแทบหุบไม่ลงอยู่เลยไม่ใช่เหรอ เธอให้เกียรติเขามากพอแล้วนะ กินข้าวเสร็จก็ยอมกลับมหาวิทยาลัยกับเขาเองอีก ยังจะเอาอะไรอีกล่ะ】
“ไม่ได้โกรธจริงเหรอ แล้วทำไมถึงไม่พูดสักคำเลยล่ะ”
【พระเอกก็เป็นแบบนี้มาตลอดไม่ใช่เหรอ พูดน้อยเป็นปกติของเขาอยู่แล้ว】
“จริงเหรอ?”
【จริงสิ รับประกันได้ รีบกลับไปเรียนให้ดีเถอะ อย่าคิดมากเลย】
“งั้นก็ได้”
ชิงยวี่ไจ้อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยชิงต้ามาก เฮ้อซวยหลินไปส่งเหวินถิงเซี่ยถึงมหาวิทยาลัยแล้วก็ขับรถกลับไป ช่วงบ่ายเหวินถิงเซี่ยมีเรียน ส่วนห้องทดลองของเฮ้อซวยหลินก็มีงานอีกไม่น้อย ทั้งคู่จึงไม่ได้พูดอะไรกัน
ตลอดทั้งบ่าย มือถือของเหวินถิงเซี่ยเงียบผิดคาด ไม่มีทั้งข้อความจากเฮ้อซวยหลินและข้อความจากใครคนอื่น
คิวคิวสายติวหนักกลับชอบความเงียบสงบที่ไม่มีใครมารบกวนนี้มาก ถึงกับจัดข้อสอบให้อีกสองชุด
