สวี่เชียนตาค้าง ตกใจจนคางแทบหลุด
เธอไม่คิดเลยว่านักศึกษาที่ยากจนข้นแค้นจะมีของแบรนด์เนมมากมายขนาดนี้ เจ็บใจจนแทบกระอักเลือด “เหวินถิงเซี่ย เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ใครเขาเอาของพวกนี้มาวางไว้บนเตียงกัน นอนทับแล้วไม่รู้สึกขัดใจบ้างเหรอ”
“ไม่ขัดใจนี่ ใครใช้ให้ฉันเป็นคนรักสวยรักงาม ชอบอวดของล่ะ ก็ชอบกอดของหรูพวกนี้นอนน่ะ กอดแล้วหลับสบายทั้งใจทั้งตัวเลย” พอพูดถึงคาแรกเตอร์ของเจ้าของร่างเดิม เหวินถิงเซี่ยเล่นบทได้เข้าถึงสุด ๆ
แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องขอบคุณคิวคิวที่คอยกรอกหูเธอทุกวัน
“ฉัน...เธอ...”
สวี่เชียนเริ่มลนลาน ของมูลค่ากว่าสามแสนหยวนเชียวนะ เธอไม่มีปัญญาจ่ายจริง ๆ “ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย เธอจะเอาเรื่องกันขนาดนี้ทำไม เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันก็ยกโทษให้กันบ้างเถอะ”
“อืม”
เหวินถิงเซี่ยพยักหน้า พลางเอียงศีรษะน้อย ๆ ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ “ฉันก็ยกโทษให้มาตลอดนี่นา หนึ่ง ฉันไม่ได้แจ้งตำรวจ สอง ฉันไม่ได้ไปร้องเรียนฝ่ายกิจการนักศึกษา เธออยากตกลงกันเอง ฉันก็ทำตามที่เธอขออยู่แล้ว เธอบอกว่าจะชดใช้ ฉันก็เลยคำนวณค่าเสียหายให้ ทุกอย่างทำตามที่เธอขอหมดแล้ว ยังอยากให้ฉันทำอะไรอีกล่ะ”
สวี่เชียน: “……”
เถียงไม่ออกเลยเพื่อนเอ๊ย
เมื่อก่อนทำไมไม่รู้ว่ายัยบ้านนอกนี่จะปากเก่งขนาดนี้
“ฉันไม่มีเงิน!”
สวี่เชียนเชิดหน้าขึ้น คิดจะบ่ายเบี่ยงเรื่องนี้ไปก่อน ยื้อเวลาออกไปสักพัก หวังให้เรื่องเงียบไปเอง หรือไม่ก็จ่ายชดเชยสักนิดหน่อยพอเป็นพิธี
“งั้นก็ได้”
เหวินถิงเซี่ยทำท่าว่าง่ายสุด ๆ ก้มหน้ากดโทรศัพท์ไม่กี่ครั้ง จากนั้นเสียงบทสนทนาเมื่อครู่ก็ดังออกมา เธอกะพริบตากลมโตชุ่มน้ำ ก่อนเอ่ยว่า
