ตอนที่เหวินถิงเซี่ยกับเฮ้อซวยหลินจูงมือกันผลักประตูห้องส่วนตัวที่ใช้จัดงานเลี้ยงเข้าไป ห้องที่ก่อนหน้านี้เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวพลันเงียบกริบ สายตาทุกคู่หันมามองทั้งสองพร้อมกัน
ปฏิกิริยาแรก ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก หน้าตาดี แถมยังเหมาะกันสุด ๆ
ปฏิกิริยาที่สอง ให้ตายสิ นั่นพี่หลินไม่ใช่เหรอ เขาถึงกับจูงผู้หญิงมาด้วย แถมยังใส่ชุดคู่กับเธออีก
พี่หลินใส่ชุดคู่กับผู้หญิงด้วย!
ปฏิกิริยาที่สาม เผยจิงหวยนี่มันตัวซวยชัด ๆ สายตาไม่ดีก็ไปหาหมอซะ แฟนพี่หลินสวยขนาดนี้ ดาราดังในวงการบันเทิงเห็นแล้วยังต้องอายตัวเองเลย ตรงไหนกันที่ว่าน่าเกลียด
“สวัสดีครับพี่หลิน”
“พี่หลินมาแล้วเหรอครับ”
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง เพื่อน ๆ สองสามคนที่ไหวตัวทันก็รีบลุกขึ้นทักทาย
หนุ่มสาวที่นั่งอยู่ในห้องนี้ต่างมีสถานะในวงการเมืองหลวงไม่ธรรมดา เบื้องหลังล้วนมีตระกูลร่ำรวยคอยหนุนหลัง แต่ทุกคนต่างให้ความเคารพเฮ้อซวยหลินอย่างไม่มีข้อยกเว้น
ไม่ใช่แค่เพราะตระกูลเฮ้อเป็นตระกูลมหาเศรษฐีชั้นนำและมีอิทธิพลมากเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะเฮ้อซวยหลินเก่งกาจมากพอ เขาคือคนที่ประสบความสำเร็จและมีความสามารถโดดเด่นที่สุดในบรรดาคุณชายคุณหนูเหล่านี้
เฮ้อซวยหลินกวาดตามองทั่วห้อง ก่อนถามว่า “เผยจิงหวยล่ะ?”
คนจัดงานไม่อยู่ได้ยังไง
“เขาเหรอ?” ชายหนุ่มที่ตอบเหลือบมองเหวินถิงเซี่ยอย่างลังเล ก่อนจะพูดออกมา “พวกนายมาช้าไปก้าวหนึ่ง เมื่อกี้เจ้าหญิงน้อยตระกูลเสิ่นโมโหจนลากเขาออกไปแล้ว”
“ดูท่าแล้วคุณชายเผยคงต้องโดนถลกหนังสักชั้น”
เพื่อนที่สนิทกับเฮ้อซวยหลินต่างรู้ว่าเจ้าหญิงน้อยตระกูลเสิ่นรักเฮ้อซวยหลินมากแค่ไหน
เธอเป็นฝ่ายเข้าหากลุ่มพวกเขาเอง แถมยังเลี้ยงข้าวอยู่บ่อย ๆ และคอยถามข่าวคราวของเฮ้อซวยหลิน ความรักที่มีให้เขาเปิดเผยอย่างไม่ปิดบัง
