ห้องพักโรงแรมในประเทศที
ติดต่อเย่หานชวนไม่ได้ หลี่อิงจึงค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง เก็บซ่อนอารมณ์อันซับซ้อนในแววตา ก่อนเงยหน้ามองพ่อแม่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วเล่าเหตุผลที่อยากย้ายบ้านต่อ
“หลังเข้าไปในฐานที่มั่น บ้านเราเอาสมุนไพรจีนในโกดังหนึ่งตันไปแลกกับห้องชุดสามห้องนอนขนาด 120 ตารางเมตรมาได้ค่ะ”
“ช่วงแรกก็ยังพอประคองชีวิตไปได้ ยาก็เอาไปแลกอาหารได้บ้าง แต่จนใจที่อาหารกับน้ำในฐานที่มั่นขาดแคลนลงเรื่อย ๆ ต่อให้มีคะแนนสะสมก็ใช้ซื้ออะไรไม่ได้ อย่างน้อยแค่พอประทังชีวิตให้อิ่มท้องก็ถือว่าโชคดีแล้ว สุดท้ายทุกคนก็จำใจต้องรวมกลุ่มออกไปหาเสบียง”
“ตอนที่ผู้คนเริ่มปรับตัวกับความหนาวสุดขั้วได้แล้ว จู่ ๆ วันหนึ่ง ท้องฟ้าก็ไม่สว่างอีกต่อไป”
รัตติกาลนิรันดร์มาเยือน!
“ทั้งความหนาวสุดขั้วและรัตติกาลนิรันดร์น่ากลัวเกินไป! ความมืดฉีกกระชากผ้าคลุมผืนสุดท้ายของอารยธรรมจนขาดวิ่น ภายใต้เงามืด การฆ่าชิงทรัพย์ ปล้นสะดม และเข่นฆ่ากันเกิดขึ้นแทบทุกขณะ”
“ระเบียบสังคมพังพินาศ ฐานที่มั่นเองก็วุ่นวาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมีกำลังไม่พอรับมือ แม้แต่ตำรวจที่ออกลาดตระเวนก็ยังถูกพวกอันธพาลทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง”
“ไม่มีใครกล้าออกจากบ้านแม้แต่ก้าวเดียว โดยเฉพาะผู้หญิง หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจต้องพบจุดจบที่ไม่มีวันหวนกลับ”
“ในที่สุดก็ฝ่าความหนาวเย็นเยือกแข็งและค่ำคืนอันยาวนานมาได้ จนรอให้ฟ้าสว่างอีกครั้ง แต่...”
พอพูดถึงตรงนี้ ร่างของหลี่อิงก็สั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่ ราวกับหวนกลับไปจมดิ่งในอดีตอันสิ้นหวังอีกครั้ง
“ลูกจ๋า แล้วหลังจากนั้นล่ะ? ยังมีภัยพิบัติที่น่ากลัวยิ่งกว่ารัตติกาลนิรันดร์อีกหรือ?”
