หลังแยกกับเฉินหนิงเสวี่ย หลินเฟิงก็เดินลึกเข้าไปในป่า
เขาเดินตามรอยเท้าหมาป่าไปหลายร้อยเมตร ก่อนจะพบลำธารสายเล็กตรงแอ่งต่ำแห่งหนึ่ง
ลำธารสายนี้แคบมาก แม้แต่ช่วงที่กว้างที่สุดก็ยังไม่ถึง 20 เซนติเมตร น้ำดูใสสะอาด
แต่หลินเฟิงรู้ดีว่า ที่นี่เป็นแหล่งน้ำของสัตว์ ในน้ำมักมีทั้งปรสิตและสิ่งปฏิกูล ต่อให้ต้มก่อนดื่มก็ยากจะรับประกันได้ว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้าดื่มเพียงเล็กน้อยก็คงไม่เป็นไร
แต่หลินเฟิงไม่ได้ทำเช่นนั้น เขาเดินเลียบลำธารขึ้นไปตามต้นน้ำ
ระหว่างทางยังพบรอยกีบอยู่หลายรอย
ดูจากรูปร่างและขนาดของรอยกีบ ก็พอจะบอกได้ว่าเป็นรอยของหมูป่าที่โตเต็มวัย
ระบบนิเวศบนเกาะดีกว่าที่คาดไว้มาก
ถ้าหาทางจับหมูป่ามาได้สักตัวแล้วนำไปทำเนื้อรมควัน ปัญหาเรื่องอาหารก็คงคลี่คลายไปได้เกือบหมด
แต่หลินเฟิงรู้ว่าหมูป่าไม่ใช่สัตว์ที่รับมือได้ง่าย เขาจึงต้องยอมเลิกตามรอยไปก่อน แล้วเดินขึ้นไปตามลำธารต่อ
เดินไปได้สองสามนาที เบื้องหน้าก็ปรากฏหน้าผาที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ
ใต้หน้าผามีแอ่งน้ำเล็ก ๆ อยู่แห่งหนึ่ง
แอ่งน้ำกว้างเพียงครึ่งเมตร แต่ลึกถึงสองสามเมตร น้ำใสจนมองเห็นก้นแอ่ง
หลินเฟิงวักน้ำขึ้นมาล้างหน้า ก่อนจะดื่มเข้าไปหลายอึก
น้ำแร่หวานชื่นไหลลงคอ ช่วยขจัดความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันไปได้ไม่น้อย
เขาบิดขี้เกียจ ตั้งใจจะเดินกลับ แต่กลับได้ยินเสียงร้องกุ๊ก ๆ สั้น ๆ ดังมาจากไม่ไกล!
