อีกด้านหนึ่ง ฉินหรูอวี้กับคนอื่น ๆ วิ่งเหยาะ ๆ กลับมาถึงใต้หน้าผาแล้ว
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น และภายในถ้ำก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ถานปิงก็ฉีกยิ้มซื่อ ๆ
“เห็นไหมล่ะ ข้าบอกแล้วว่าพี่เฟิงคิดมากไปเอง”
แม้ไม่มีเถาวัลย์แล้ว การปีนขึ้นไปจะลำบากอยู่บ้าง
แต่ถึงจะต้องออกแรงสักหน่อย ก็ยังปีนขึ้นไปได้
ถานปิงพับแขนเสื้อขึ้น “น้องสาวทั้งสองถอยไปก่อน เดี๋ยวข้าปีนขึ้นไป แล้วจะหย่อนบันไดเชือกลงมารับพวกเจ้า”
“รอก่อน”
เฉินหนิงเสวี่ยดึงเขาไว้ แล้วชี้ไปยังพื้นดินเลนที่อยู่ไม่ไกล “ตรงนี้มีรอยเท้า”
หินใต้ถ้ำแข็งมาก จึงมองไม่เห็นร่องรอยอะไร
แต่แอ่งโคลนที่อยู่ห่างออกไปเจ็ดแปดเมตรกลับเต็มไปด้วยรอยเท้า
มีทั้งรอยลึกและตื้น กระจัดกระจายไร้ระเบียบ
รอยเท้าเหล่านั้นทอดยาวมาจากส่วนลึกของป่า เป็นเส้นทางที่วันนี้พวกเขาไม่ได้เดินไป
“มีคนมา! แต่ดูจากรอยเท้าแล้วเหมือนจะไปแล้วนะ” ฉินหรูอวี้มองไปทางปากถ้ำอย่างกระวนกระวายเล็กน้อย
พอได้ยินเช่นนั้น ถานปิงก็เริ่มร้อนใจขึ้นมาทันที
“ถ้าอย่างนั้นเสบียงของพวกเรา...”
เขายังพูดไม่ทันจบก็รีบเกาะหินปีนขึ้นไป แล้วโยนบันไดเชือกลงมาอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวทั้งสองรีบปีนบันไดเชือกขึ้นไปยังปากถ้ำ
