เธอกำมือที่สั่นเทาแน่น เล็บจิกฝ่ามือจนเลือดซึม
เงียบสงัดจนน่ากลัว
“เซี่ยงหว่าน เซี่ยงหว่าน…”
บรรณาธิการใหญ่เซี่ยขมวดคิ้วแน่น พลางเรียกชื่อเซี่ยงหว่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เซี่ยงหว่านนิ่งงันราวกับประติมากรรมน้ำแข็ง ผ่านไปครู่ใหญ่ริมฝีปากแข็งทื่อจึงขยับ สีหน้าเป็นปกติ “คุณพูดมาได้เลยค่ะ”
เห็นเธอไม่ร้องไห้ไม่โวยวาย บรรณาธิการใหญ่เซี่ยก็เป็นห่วง กลัวว่าเธอจะคิดมากจนทำเรื่องสิ้นคิด
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็จำเป็นต้องพูดเรื่องที่เหลือออกมา
จะเลือกอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับเซี่ยงหว่านเอง
เขายื่นเช็คใบหนึ่งให้ “นี่คือเงินชดเชยที่ตระกูลเจียงมอบให้คุณ”
หมายความว่าพวกเขาต้องการยุติเรื่องนี้ด้วยเงิน
เซี่ยงหว่านเงยหน้ามองแวบหนึ่ง
ห้าล้าน
ไม่คิดเลยว่าแผลของเธอจะมีค่าขนาดนี้
บรรณาธิการใหญ่เซี่ยยังพูดปลอบเธออีกหลายคำ หวังให้เธอรู้สึกดีขึ้น
“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว” เซี่ยงหว่านรับเช็ค ลุกขึ้นอย่างคล่องแคล่วแล้วเดินออกจากห้องทำงาน
ประตูห้องทำงานปิดลงเบา ๆ บรรณาธิการใหญ่เซี่ยมองบานประตู บนใบหน้ายังคงมีรอยขมวดคิ้ว
ก่อนหน้านี้เวลาพบเจอเรื่องทำนองเดียวกัน เซี่ยงหว่านมักจะฝ่าฟันไปข้างหน้าและเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายตรง ๆ ไม่เคยเหมือนตอนนี้ที่รับเงินแล้วจากไป เพื่อให้เรื่องจบลงโดยไม่บานปลาย
แต่คนที่ตระกูลซีต้องการปกป้องนั้น เขาต่อให้อยากช่วยเซี่ยงหว่านแค่ไหน ด้วยเส้นสายที่มีก็ยังเข้าไม่ถึงตัวตระกูลซี
ถ้าเซี่ยงหว่านยอมปล่อยเรื่องนี้ไปจริง ๆ พูดตามตรง เขาคงผิดหวังไม่น้อย
ตอนนั้นเขาเห็นความไม่เกรงกลัวอำนาจและไม่กลัวตายของเซี่ยงหว่าน จึงมอบหมายงานที่ยากระดับนี้ให้เธอ
การเปิดโปงด้านมืดและโสมมที่ซ่อนอยู่ในสังคม ต้องอาศัยความมุ่งมั่นแบบที่เซี่ยงหว่านมี
แต่เธอกลับรับเงินแล้วจากไปจริง ๆ หรือ?
ถึงอย่างไร นี่ก็เป็นการตัดสินใจของเซี่ยงหว่านเอง
บางทีเธออาจมีปัญหาในชีวิต อย่างไรเสียก็เป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่ง พ่อแม่เสียชีวิตทั้งคู่ ไม่มีเบื้องหลังอะไร เขาซึ่งเป็นคนนอกจะพูดอะไรได้
เซี่ยงหว่านกลับไปที่โต๊ะทำงานแล้วเริ่มจัดการต้นฉบับบทสัมภาษณ์ก่อนหน้า จนถึงเวลาเลิกงานก็ยังไม่ออกจากสถานีโทรทัศน์
วันต่อมาเธอมาทำงานตามปกติ
คนในสถานีรู้กันหมดว่าเธอถูกทำร้าย หลายคนที่สนิทกับเธอต่างเข้ามาถามไถ่ ปลอบใจ และชวนไปกินเลี้ยงหลังเลิกงานเพื่อปัดเป่าโชคร้าย
แต่เซี่ยงหว่านปฏิเสธอย่างสุภาพทุกคน
“ถ้าฉันเกือบโดนคนตีจนหน้าบวมเป็นหัวหมู ฉันก็คงไม่กล้าออกไปกินเลี้ยงเหมือนกัน” ซูอู้เอนตัวพิงโต๊ะทำงานของเซี่ยงหว่าน มือถือกาแฟที่เพิ่งซื้อมา ผมยาวหยักศกเป็นลอนยิ่งขับให้เธอดูมีเสน่ห์
เธอกับเซี่ยงหว่านเป็นคู่ปรับและคู่แข่งกัน การประเมินผลงานประจำปีปลายปีนี้ ต่างก็อยากคว้าคะแนนยอดเยี่ยม
“ฉันไม่ได้เกือบโดนตีจนหน้าบวมเป็นหัวหมู ขอบคุณนะ” เซี่ยงหว่านหยิบกาแฟจากมือเธอมาดื่มหนึ่งอึก ก่อนหรี่ตาลง “ขอบคุณนะ รสที่ฉันชอบด้วยนี่ สังเกตฉันมานานแล้วหรือไง?”
“ใครบอกว่าเอามาให้เธอดื่ม? คืนมาเลย!” ซูอู้ร้อนรนจนกระโดดเหยง ทำท่าจะเข้าไปแย่ง
เซี่ยงหว่านดื่มอีกอึก “ฉันดื่มแล้ว จะทำไมล่ะ? แบร่”
ซูอู้ไม่ได้แย่งกลับจริง ๆ เธอจิ๊ปาก พลางกวาดตามองเซี่ยงหว่านตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด “ดีนะที่หน้าหนา ไม่อย่างนั้นคงโดนตีจนหน้าบวมเป็นหัวหมูไปแล้ว”
เห็นท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอ เซี่ยงหว่านไม่เพียงไม่รู้สึกรำคาญ แต่ยังคิดว่าเธอน่ารักดีด้วย
ขณะที่ซูอู้กำลังบิดเอวจะเดินจากไป เซี่ยงหว่านก็เรียกเธอไว้ทันที “น้องซูอู้ เธอมีบัตรวีไอพีของคลับเจเอ็กซ์ใช่ไหม?”
“ถามทำไม?” พอคนสวยอย่างเซี่ยงหว่านเรียกว่าน้อง ซูอู้ก็อารมณ์ดีขึ้นมา “อยากได้เหรอ?”
เซี่ยงหว่านขยิบตาให้เธอ “ถ้าให้ฉันยืม ฉันจะบอกว่าไปทำตาสองชั้นที่ไหนมา”
ซูอู้เบิกตากว้าง “เธอไปทำศัลยกรรมมาจริง ๆ ด้วย!”
เธอก็ว่าอยู่ ทำไมชั้นตาเดิมของใครสักคนถึงสวยขนาดนั้นได้?
ซูอู้รีบเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน หยิบบัตรสีดำใบหนึ่งออกจากซองบัตรแล้วยื่นให้เซี่ยงหว่าน แววตาเร่งเร้าให้รีบบอก
เซี่ยงหว่านถือบัตรวีไอพีที่ยืมมาจากซูอู้ โน้มตัวเข้าไปใกล้หูของเธอพร้อมยิ้ม แล้วกระซิบว่า “ที่จริงฉันทำตาสองชั้นมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว”
อยู่ในท้องแม่…
นั่นก็แปลว่าเกิดมาก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่หรือ!
สีหน้าของซูอู้เปลี่ยนไปมาชั่วพริบตา เธอกระทืบเท้าอย่างโมโห “เซี่ยงหว่าน เธอหลอกฉัน!”
“ขอบคุณสำหรับบัตรวีไอพีนะ” เซี่ยงหว่านโบกมือไปทางซูอู้โดยไม่หันกลับมา
หลังออกจากสถานีโทรทัศน์ เซี่ยงหว่านแวะไปห้างสรรพสินค้า ซื้อชุดที่ใส่สบายและเหมาะกับการไปงานเลี้ยงมาหนึ่งชุด
เธอเปลี่ยนจากกระโปรงสั้นที่พนักงานแนะนำมาเป็นกางเกงรัดรูป ซึ่งช่วยปกปิดรอยฟกช้ำบนต้นขาได้พอดี จับคู่กับรองเท้าบูตยาว ปรับการแต่งหน้าอย่างประณีตอีกเล็กน้อย ก็ได้ลุคเท่แซ่บเต็มพิกัด
จากนั้นเธอก็ขับรถไปยังคลับเจเอ็กซ์ สถานที่สำหรับหนุ่มสาวมาสังสรรค์กัน
พอไปถึงหน้าประตู เธอก็ถูกพนักงานรักษาความปลอดภัยขวางไว้จริง ๆ
เซี่ยงหว่านวางมือข้างหนึ่งบนพวงมาลัย แล้วยื่นบัตรวีไอพีให้ดู “ฉันมาร่วมงานวันเกิดคุณชายตระกูลเจียงค่ะ”
คืนนี้เป็นวันเกิดเจียงหวย คุณชายตระกูลเจียง
งานจัดขึ้นที่คลับแห่งนี้
อีกทั้งเพียงมองก็รู้ว่าเซี่ยงหว่านแต่งตัวทันสมัยมาเพื่อร่วมงาน ที่สำคัญ บัตรวีไอพีใบนี้ก็คือบัตรผ่าน
พนักงานรักษาความปลอดภัยจึงปล่อยเธอเข้าไปทันที
ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงดนตรีก็ยิ่งดังจนแทบทำให้แก้วหูแตก
เซี่ยงหว่านรับแก้วเครื่องดื่มจากพนักงานมาถือไว้ ทำทีเหมือนกำลังดื่ม พลางกวาดตามองหาตัวเจียงหวยท่ามกลางหนุ่มสาวที่มาร่วมงาน
เจียงหวยเป็นที่รู้จักในเมืองหลิงอานว่าเป็นตัวป่วนตัวฉกาจ ผมสีแดงของเขาทำให้หาเจอได้ง่ายมาก
จู่ ๆ ก็มีสาวสวยระดับท็อปมาปรากฏตัวในงาน สายตาหลายคู่จึงหันมามองทันที
ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างพากันมองมาทางนี้
เซี่ยงหว่านไม่ค่อยแต่งตัวแบบนี้
รูปร่างของเธอดี เอวคอดสะโพกผาย
เรียวขาราวกับหลุดมาจากการ์ตูน เมื่อสวมกางเกงรัดรูปกับรองเท้าบูตยาวก็สะดุดตาอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดถึงใบหน้าที่สวยเกินไปไม่ว่าจะอยู่ในสังคมวงไหน
ด้วยเหตุนี้ ทุกครั้งที่ออกไปสัมภาษณ์ เธอจึงสวมหน้ากาก ไม่อยากกลายเป็นจุดสนใจ
มีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาทัก แต่เซี่ยงหว่านยิ้มแล้วปฏิเสธอย่างนุ่มนวล “ขอโทษนะคะ ฉันเป็นแขกที่เจียงหวยเชิญมาค่ะ”
พอได้ยินว่าเธอเป็นแขกคนสำคัญของเจียงหวย บรรดาผู้ชายที่คิดจะเข้ามาจีบก็ไม่กล้าเข้ามาอีก
ไม่นานเซี่ยงหว่านก็พบชายผมแดงคนนั้นตรงกลางงานเลี้ยง
ข้างสระว่ายน้ำในร่ม
ผู้หญิงที่เปียกโชกไปทั้งตัวถูกผลักลงสระ เจียงหวยโยนเงินปึกหนึ่งออกไปเพื่อล่อใจ
“ฮ่า ๆ ๆ…” เจียงหวยหัวเราะอย่างได้ใจ “แรงแค่นี้จะไปพออะไร! ตีให้แรงกว่านี้อีก!”
“เจียงหวย”
จู่ ๆ ก็มีคนตบไหล่เขา
“ใครวะ?” เจียงหวยหันกลับไปอย่างหงุดหงิด ทันใดนั้นเบื้องหน้าก็มืดวูบ ตามด้วยเสียงดังปึง
ขวดเหล้าที่แตกละเอียดฟาดเข้าที่ศีรษะของเขา!
เสียงกรีดร้องแหลมหลายเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ดนตรีพลันหยุดชะงัก
บรรยากาศในงานเย็นเยียบถึงขีดสุด
เสียงตบตีในสระก็หยุดลงเช่นกัน
กระทั่งเลือดหยดแล้วหยดเล่าไหลจากหน้าผากของเจียงหวยลงมาตามแก้ม ก่อนหยดลงในสระและแผ่เป็นดอกไม้สีเลือดทีละวง
“ใครมันรนหาที่ตาย!” เจียงหวยสบถด่าลั่น แล้วคว้าขวดเหล้าตรงหน้าฟาดกลับไป
แต่มีขวดเหล้าอีกใบฟาดเข้าที่หน้าผากเขาได้เร็วยิ่งกว่า!
เสียงใสเย็นเยียบดังขึ้น “ยังกล้าถามอีกว่าใคร? ย่าของแกนี่ไง!”
ทุกคนในงานกลั้นหายใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าเจียงหวยจะถูกฟาดหัวแตกในงานวันเกิดของตัวเอง
ร่างของเจียงหวยโงนเงน เขายกมือเช็ดเลือดที่ไหลเข้าตาอย่างแรง ท่ามกลางภาพสีแดงฉานก็เห็นใบหน้างดงามอย่างยิ่งที่สงบนิ่งผิดปกติ
เมื่อจำได้ว่าคนตรงหน้าคือเซี่ยงหว่าน ใบหน้าซีดขาวของเจียงหวยก็บิดเบี้ยวขึ้นมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต “ดีนี่ วันนั้นฉันไม่ได้สั่งให้คนตีเธอจนตาย วันนี้เธอก็ยังเสนอหน้ามารนหาที่ตายเองสินะ!”
