“อ๊า! ฉันจะฆ่าแก!” หญิงที่กอดร่างไร้วิญญาณของลูกไว้พลันได้สติ แล้วพุ่งเข้าใส่ชายเคราครึ้มกับพวก
เมื่อผู้รอดชีวิตเห็นชายเคราครึ้มและพรรคพวกถูกเถาวัลย์มัดไว้จนไร้ทางตอบโต้ ทุกคนก็เข้าใจสถานการณ์ทันที พากันกรูเข้าไป
“อ๊า! ฉันจะฆ่าแก!”
“อ๊า!”
ชายเคราครึ้ม ชายกล้ามโต และคนอื่น ๆ ส่งเสียงร้องโหยหวน
“ซี้ด...” จงจิ้งเฟยเบือนหน้าหนี ไม่อยากมองคนเหล่านั้นที่ถูกซ้อมจนเลือดเนื้อเละเทะ
คืนนั้น ผู้รอดชีวิตทุกคนต่างได้นอนหลับอย่างสงบ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง
เหยียนเจินเจินซุกอยู่ในอ้อมแขนเจี่ยนเฮ่ออัน หลับสนิท เพราะประสาทการได้ยินไวเกินไป เธอจึงปิดการรับเสียงของตัวเองตอนนอน กลายเป็นคนเดียวที่ไม่สะดุ้งตื่น
“อ๊า!” ใครบางคนร้องลั่น
“เกิดอะไรขึ้น ๆ?” จงจิ้งเฟยสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ
“มีเรื่องอะไร?” เจี่ยนเฮ่ออันเหลือบมองเหยียนเจินเจินในอ้อมแขน ก่อนยกมือตบหลังเธอเบา ๆ แล้วหันไปถลึงตาใส่จงจิ้งเฟยที่อยู่ข้าง ๆ อย่างไม่พอใจ
“ไม่มีอะไร! มีคนในกลุ่มผู้รอดชีวิตเป็นไข้ อาจกำลังจะปลุกพลังขึ้นมา” ซ่งจือหย่วนเดินไปดูแล้วกลับมารายงาน
สองพี่น้องเซี่ยจิ่งเสวียนกับเซี่ยจิ่งเยว่ก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน เมื่อเห็นเหยียนเจินเจินหลับสนิทอยู่ในอ้อมแขนเจี่ยนเฮ่ออัน เซี่ยจิ่งเสวียนก็ถามอย่างสงสัยว่า “คุณเหยียนมีประสาทการได้ยินดีขึ้นไม่ใช่เหรอ? เสียงดังขนาดนี้ยังไม่ตื่นอีกหรือ?”
เจี่ยนเฮ่ออันมองเหยียนเจินเจิน ก่อนวางมือบนหน้าผากเธออย่างไม่วางใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติจึงตอบว่า “คงใช้พลังพิเศษไปมากก่อนหน้านี้ เลยเหนื่อย”
