ถังหยวนฟังเหยียนเจินเจินพูดแล้วขนลุกซู่ “ซี้ด~ โฮสต์ เธอ...เธอคิดจะทำอะไร?”
“เธอไม่ได้บอกเหรอว่าหมอนั่นเป็นอาชญากรอัจฉริยะ? คนบ้าที่เรียนแพทย์มา พออยู่ในวันสิ้นโลก มาตรฐานศีลธรรมก็ใช้ไม่ได้แล้ว แทนที่จะปล่อยให้มีชีวิตไปทำร้ายคนอื่น ไม่สู้ให้ฉันหั่นเขาเป็นชิ้น ๆ ก่อนดีไหม?”
“โฮสต์ แบบนี้ผิดกฎของระบบพักผ่อนสบาย ๆ นะ เราต้องใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ และสง่างาม!”
“อืม ๆ รู้แล้ว ๆ งานสกปรกงานหนักไม่ทำเอง!” เหยียนเจินเจินยิ้มพลางพยักหน้า
“ยังยืนบื้อทำไม! รีบมาช่วยสิ!” ชายเคราครึ้มทนไม่ไหวแล้ว เขาเพิ่งลุกจากเตียงและฟื้นตัวได้ไม่นาน จึงหันไปตะโกนเรียกชายใส่แว่นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างร้อนรน
ชายใส่แว่นยิ้มพลางเดินออกมา มองเจี่ยนเฮ่ออันกับพวกที่เรี่ยวแรงเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่ง “ทุกคนยังไหวอยู่ไหม?”
ชายใส่แว่นตบมือสองที แล้วกลุ่มคนอีกกลุ่มก็เดินออกมาจากด้านหลัง ทุกคนถือปืนจ่อไปทางเจี่ยนเฮ่ออันกับพวกเขา
“อ๊า~ จบเห่แล้ว! ฝั่งตรงข้ามมีผู้ชายแค่ 4 คน สาวพลังน้ำแข็งคนนั้นยังพอไหว ส่วนเด็กสาวคนสุดท้ายดูท่าจะเป็นสายมิติ ไม่มีพลังต่อสู้เลย!”
“แย่แล้ว ๆ! ถ้าพวกนั้นแพ้ เด็กสาวสวย ๆ คนนั้นต้องแย่แน่!” หญิงชรามองลอดช่องประตูไปยังอีกฝั่งด้วยสีหน้าเวทนา
“พี่เฉิน เราไม่ออกไปช่วยจริง ๆ เหรอ?” เด็กหนุ่มมองไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างร้อนใจ
“ดูกันไปก่อน! ข้างหลังเรายังมีคนธรรมดาอีกกลุ่ม ถ้าเราแพ้ด้วย ทุกคนก็จบเห่!” พี่เฉินพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เราเสี่ยงไม่ได้”
