“เหล่าเจียง นายบอกว่ามีที่หลบภัยแถวจัตุรัสกลางเมืองงั้นเหรอ?”
“อืม ๆ เรื่องนี้ผมก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน แค่กึก...ได้ยินคนอื่นพูดต่อ ๆ กันมา...”
“ฟังดูคล้ายกับที่เสี่ยวลู่ได้ยินมาเลยนี่ แล้วนายคนเดียวเดินทางมาไกลขนาดนี้ได้ยังไง ไม่มีใครมาด้วยเหรอ?”
“กึก...ตอนแรกก็มี...กึก...แต่แยกย้ายกันไปหมดแล้ว...คิดว่าคง...เฮ้อ...”
“นายไม่ได้กินอะไรมานานแค่ไหนแล้ว?”
“นานแล้ว...กึก...จำไม่ได้ว่าเท่าไร...”
“ค่อย ๆ กินสิ ไม่กลัวลวกปากจนพองหรือไง?”
เจียงเต๋อจินไม่ได้โดนซ้อม
ลู่เฉินเฉินดูท่าทางอยากลงมือเต็มแก่ แต่จางเหวินซูไม่ใช่คนแบบนั้น พูดขู่ไปอย่างนั้นเอง แค่ทำให้อีกฝ่ายกลัวเล่น
ทั้งสามนั่งล้อมกองไฟ กินมันฝรั่งเผา
ก่อนเกิดมหาวิบัติ พวกเขาคงเคยกินเมนูอย่างมันฝรั่งเส้นรสเปรี้ยวเผ็ด มันฝรั่งตุ๋นเนื้อวัว มันฝรั่งตุ๋นไก่ และผัดผักสามอย่าง หรือไม่ก็มันฝรั่งผัดเนื้อวัว...อะไรทำนองนั้น แต่มันฝรั่งเผานี่เป็นครั้งแรก
ทำไม่ยาก แค่เอาไปวางไว้ข้างกองไฟก็พอ
ด้านนอกมืดสนิท พอลอกเปลือกออก กลิ่นหอมก็ฟุ้งกระจาย ข้อเสียอย่างเดียวคือร้อน กัดเข้าไปคำหนึ่ง ต้องกลิ้งมันไปมาในปาก น้ำตาร้อน ๆ ไหลออกมา ยังกลืนไม่ลง แต่ก็เสียดายเกินกว่าจะคายทิ้ง
เจียงเต๋อจินกินไม่หยุด
ตอนแรกถือไว้ในมือ ร้อนจนต้องสลับจากมือซ้ายไปมือขวาแล้วโยนกลับไปกลับมา พอเอาเข้าปากก็ร้อนจนต้องพ่นลมหายใจออกมา จางเหวินซูลอกเปลือกก่อนกิน ส่วนเขาไม่แม้แต่จะปอก แค่เป่าฝุ่นที่ผิวออกแล้วก็กัดเข้าไปตรง ๆ
ส่วนจะสกปรกหรือไม่ ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรแล้ว
สถานการณ์ของเขาคล้ายกับลู่เฉินเฉิน เขาหนีมาจากที่อื่นเช่นกัน ที่หลบภัยเดิมมีอาหารไม่พอให้ทุกคนอยู่ต่อก็มีแต่ตาย พวกเขาจึงตัดสินใจออกมาเสี่ยงดวง
ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน คนส่วนใหญ่ตายระหว่างทาง ถูกล่าแล้วฉีกกิน
ส่วนผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่บ้างก็กระจัดกระจายกันไปหมด
แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไรน่ะหรือ?
ถ้าไม่ใช่เพราะเจียงเต๋อจินอายุมากพอจะรู้จักต้นมันฝรั่งพอดี แถมยังบังเอิญเจอจางเหวินซูกับลู่เฉินเฉินเข้า ต่อให้ไม่ถูกซอมบี้กัดกิน เขาก็คงอดตายไปแล้ว
“เสี่ยวลู่ นายคิดยังไง?”
จางเหวินซูสะกิดลู่เฉินเฉินแล้วถาม
