ห้องพักผ่อนไม่ได้เปิดไฟ มีเพียงแสงจันทร์จากทะเลที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเป็นแสงสลัว
ใบหน้าด้านข้างของโคลันต์ซ่อนอยู่ในแสงสลัวครึ่งสว่างครึ่งมืด ดวงตาลุ่มลึกคู่นั้นราวกับทะเลสาบเย็นเยียบ เขาหันหลังให้ทะเลนอกหน้าต่าง แผ่นหลังดูโดดเดี่ยวอยู่บ้าง
ไวน์แดงนอนนิ่งอยู่ในแก้วใสใต้แสงจันทร์ ทว่านี่ไม่ใช่งานเลี้ยงจิบไวน์ใต้แสงเดือนอันแสนโรแมนติก หากเป็นการใช้แอลกอฮอล์คารวะความตาย ไม่ว่าผู้ตายจะเป็นใครก็ตาม
ซ่งจือก้าวเข้ามาด้วยท่าทีหนักอึ้ง เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือไปยกแก้วทรงสูงใบงามขึ้นมา ของเหลวในแก้วเปล่งประกายเย้ายวนใต้แสงจันทร์
เธอไม่ได้พูดอะไร เพียงเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แล้วดื่มไวน์ในแก้วรวดเดียวหมด รสเปรี้ยวฝาดไหลผ่านลำคอลงสู่ช่องท้องอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา เปลวไฟร้อนแรงก็แผ่ลามในช่องท้อง ราวกับทุกส่วนกำลังถูกเผาไหม้
“อีกแก้ว แต่คราวนี้ค่อย ๆ ดื่ม” โคลันต์รินไวน์ให้ซ่งจืออีกครั้ง เขายกแก้วของตัวเองขึ้น ชนกับแก้วของเธอเบา ๆ เกิดเสียงกระทบใสกังวาน
ซ่งจือพยักหน้า คราวนี้เธอจิบเพียงนิดเดียว
โคลันต์บี้ก้นบุหรี่ในมือให้ดับ แล้วจิบไวน์ตามเธอไปเล็กน้อย
หลังจากนั้นก็มีแต่ความเงียบยาวนาน รอบข้างเงียบสนิท ได้ยินเพียงเสียงคลื่นทะเลซัดกระทบชายหาดเป็นจังหวะระลอกแล้วระลอกเล่า
ตั้งแต่ต้นจนจบ ซ่งจือก้มหน้าอยู่ตลอด สายตาจับจ้องแก้วไวน์ในมือ ราวกับซ่อนเรื่องราวในใจไว้มากมาย จากนั้นเธอค่อย ๆ ยกมือขึ้น ส่งแก้วไปแตะริมฝีปาก จิบทีละน้อย ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่นานไวน์ในแก้วก็หมดเกลี้ยง
“ครั้งแรกที่ผมฆ่าคน ผมไม่ได้ใช้ปืน แต่ใช้มีดสั้น ผมแทงมีดทะลุหัวใจเขา ซี่โครงคนเปราะก็จริง แต่ก็จัดการยาก... มีดติดอยู่ในซอกกระดูก ดึงไม่ออก”
