ฮิลล์กระโดดลงมาต่อหน้าซ่งจือที่กำลังทำหน้าตื่นตระหนก เพียงไม่กี่ก้าวก็เดินมาถึงตัวเธอ เขาก้มลงคว้าซ่งจือที่กำลังอึ้งจนตัวแข็งออกมา
“ลูกแมวน้อย เธอเช็ดร่องรอยไม่หมด วิ่งรีบร้อนเกินไปแล้ว”
ซ่งจือยังลังเลอยู่ว่าควรชักปืนก่อนหรือชักมีดก่อน
แต่ฮิลล์ขยับเร็วกว่านั้น เธอไม่มีเวลาตัดสินใจเลย เขาคว้าปืนพกที่ผูกอยู่กับต้นขาของเธอ แล้วกดเธอลงกับพื้นในจังหวะเดียวกัน แรงไม่มาก แต่ก็เพียงพอจะกดการดิ้นรนของเธอไว้ได้
ซ่งจือกัดฟันแน่น พยายามยกเข่ากระแทกท้องเขา แต่ฮิลล์ดูเหมือนจะคาดการณ์ไว้ก่อนแล้ว เพียงเอียงตัวเล็กน้อยก็หลบการโจมตีของเธอได้
“อย่าเสียแรงเปล่าเลย ลูกแมวน้อย” เสียงของฮิลล์ทุ้มต่ำเจือแววหยอกเย้า “เมื่อกี้เธอวิ่งหนีอย่างลนลาน คงไม่ได้สังเกตสินะว่าทิ้งร่องรอยไว้ข้างหลังมากแค่ไหน”
ซ่งจือสบถในใจ บ้าเอ๊ย!
เธอก็รู้อยู่แล้วว่าจะหนีจากสายตาฮิลล์ได้ง่ายขนาดนี้ได้อย่างไร เธอนึกว่าตัวเองเหนือชั้นกว่าเขา ที่ไหนได้ก็แค่รู้ทฤษฎีแต่ทำจริงไม่เป็น สะเพร่าเกินไปแล้ว
แต่สถานการณ์ตอนนี้ ต่อให้เสียใจไปก็ไม่มีประโยชน์ เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ สายตากวาดมองไปรอบตัว มองหาโอกาสที่จะใช้ประโยชน์ได้
“ไม่ต้องเครียด เธอบาดเจ็บอยู่ ตอนนี้เป็นเวลาหยุดยิง ฉันไม่ได้คิดร้ายกับเธอ”
ฮิลล์โน้มตัวลงมากระซิบข้างหู น้ำเสียงแฝงความอันตรายอยู่หลายส่วน ลมหายใจของเขาปัดผ่านใบหู ทำให้ซ่งจือสะท้านไปทั้งตัว แต่เธอยังคงเม้มปากแน่นอย่างดื้อดึง
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฮิลล์ก็หัวเราะเบา ๆ แล้วคลายมือออก ก่อนจะอุ้มซ่งจือไปนั่งบนแท่นสูง เขาหยิบชุดปฐมพยาบาลออกจากเป้ คว้ามือซ่งจือมาล้างแผลให้เธอ จากนั้นก็ฆ่าเชื้อและพันแผล
