อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นดินปืนและฝุ่นควัน ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยซากปรักหักพังจากการถูกกระสุนปืนใหญ่ถล่ม บ้านเรือนพังทลาย พื้นถนนแตกร้าว รถยนต์เสียหาย รอบด้านมีแต่ซากปรักหักพัง มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความพินาศ
มีคนถูกฝังอยู่ใต้ซาก เสียงร้องไห้และเสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วฟ้า อ่าวที่เคยเงียบสงบพลันกลายเป็นนรกบนดินในชั่วพริบตา
กองกำลังรักษาพื้นที่กำลังปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย พยายามตามหาผู้รอดชีวิตจากซากปรักหักพัง
วิลค์จับมือซ่งจือไว้แน่น พาเธอเดินฝ่าฝูงชนที่โกลาหลและซากอาคารที่พังเสียหาย
“ใกล้ถึงแล้ว อย่าใจลอย” น้ำเสียงของวิลค์ทุ้มต่ำ แต่แฝงแววปลอบโยน เขาจงใจผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง แววตาสงบนิ่ง ภาพความเสียหายตรงหน้าเป็นสิ่งที่เขาเห็นจนชินชาแล้ว
“อืม”
ซ่งจือสะอื้น น้ำตาไหลออกจากดวงตาโดยไม่รู้ตัว แต่ในวินาทีถัดมาเธอก็เช็ดมันออก แววตากลับมาเย็นชาไร้อารมณ์ การร้องไห้ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นความเห็นอกเห็นใจเพียงน้อยนิดที่เธอยังหลงเหลืออยู่ ส่วนความเย็นชานั้นไม่ได้หมายความว่าใจแข็งกระด้าง หากเป็นความจนใจของคนธรรมดาอย่างเธอ
โรงพยาบาลในฐานที่มั่นยังอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ถูกกระสุนปืนใหญ่ทำลาย ที่นั่นมีผู้บาดเจ็บและบุคลากรทางการแพทย์มารวมตัวกันไม่น้อย กองกำลังรักษาพื้นที่กำลังตั้งแนวป้องกันอยู่รอบนอก เพื่อรักษาความปลอดภัยของเขตการแพทย์
วิลค์พาซ่งจือมาส่งถึงหน้าประตูแล้วหยุดฝีเท้า เขามองเธอด้วยแววตาซับซ้อน “ฮันนี่ ดูแลตัวเองด้วย เปลี่ยนวิทยุไปใช้ช่องสื่อสารของทีมเอ แล้วติดต่อกันไว้……”
ริมฝีปากของเขาขยับคล้ายยังมีคำพูดอีกมากจะเอื้อนเอ่ย แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นจุมพิตแผ่วเบาที่ประทับลงบนหน้าผากของเธอ เขาหันหลังจากไป และไม่นานก็หายลับไปในฝูงชนที่วุ่นวาย
