ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 11 โมงครึ่ง รับคนไข้ไป 11 คน
สองคนโดนมีดบาดนิ้วตอนหั่นผัก สองคนข้อเท้าแพลง สี่คนมีไข้มา 3 วันแล้วมาติดน้ำเกลือที่ห้องฉุกเฉิน หนึ่งคนแน่นหน้าอก หายใจไม่สะดวก สงสัยว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (คลื่นไฟฟ้าหัวใจกับโทรโพนินปกติดี จึงแนะนำให้ติดตามอาการที่แผนกผู้ป่วยนอก) อีกคนเป็นคุณตาที่กินยาลดความดันไปครึ่งขวด ญาติช่วยกันหามเข้ามา คนนี้ต้องส่งให้แผนกอายุรกรรมฉุกเฉิน หลินเหยียนช่วยเข็นเตียงเคลื่อนย้ายไปให้ แล้วก็ส่งมอบคนไข้เรียบร้อย
คนที่ 11 เป็นไรเดอร์ส่งอาหารวัยยี่สิบต้น ๆ
เขาล้มรถ เข่าขวาถลอก แถมไหล่ซ้ายกระแทกพื้น เจ็บจนหน้าเบ้แต่ยังเดินไหว จึงกะเผลกมาหยุดตรงหน้าโต๊ะคัดกรอง
“คุณหมอ เร่งหน่อยได้ไหมครับ ผมยังมีออร์เดอร์อีก 3 รายการที่ต้องส่ง”
ลู่เจิงไม่แม้แต่จะเงยหน้า “อย่าเพิ่งขยับไหล่”
“ถ้าไม่ขยับ แล้วจะส่งออร์เดอร์—”
“ถ้าขยับอีก ฉันจะเข้าเฝือกให้ แล้วห้ามส่งของไปทั้งเดือน”
ไรเดอร์สงบเสงี่ยมทันที
หลินเหยียนเดินเข้ามาดูไหล่เขา
กางแขนออกได้จำกัด แต่ไม่มีความผิดรูปให้เห็นชัดเจน
จุดที่กดแล้วเจ็บอยู่ตรงข้อต่อระหว่างไหปลาร้ากับสะบัก
“ลองยกแขนดูหน่อย”
ไรเดอร์ลองยกแขนขึ้น พอถึงระดับ 90 องศาก็ยกต่อไม่ไหว เจ็บจนสูดปาก
“เอกซเรย์ก่อนสักภาพ ต้องตรวจดูว่าข้อต่อระหว่างไหปลาร้ากับสะบักเคลื่อนหรือเปล่า”
ไรเดอร์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “เท่าไหร่ครับ?”
“ไม่กี่สิบหยวน”
“...งั้นถ่ายก็ได้ครับ”
ผลเอกซเรย์ออกมา ไม่พบกระดูกหักหรือข้อเคลื่อน เอ็นข้อต่อระหว่างไหปลาร้ากับสะบักอาจบาดเจ็บเล็กน้อย
หลินเหยียนวางแผนรักษาโดยประคบเย็น ตรึงข้อ และกินยาแก้ปวด
“ภายใน 3 วันห้ามขี่รถ”
“3 วันเหรอ แล้วผมจะกินอะไรล่ะครับ?”
“ถ้าวันนี้ยังขี่แล้วล้มอีกครั้ง คราวนี้อาจไม่ได้พักแค่ 3 วันนะ”