หยางหยู่ถิงกับจางจงชางต่างมองซุนชวนฟางด้วยความประหลาดใจพร้อมกัน
แววตาของหยางหยู่ถิงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ซุนชวนฟางเป็นคนเจนจัดในวงการ เขามองไม่ออกหรือว่าสถานการณ์ตอนนี้อันตรายแค่ไหน?
การสังหารนายทหารเชื่อมสัมพันธ์ของญี่ปุ่น ไม่อาจเรียกว่าแค่ “ปะทะกัน” ได้อีกแล้ว นี่คือการประกาศสงครามอย่างโจ่งแจ้ง! ซุนชวนฟางบ้าไปแล้วหรือไร?
ส่วนแววตาของจางจงชางเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่เข้าใจ เดิมทีเขาคิดว่าซุนชวนฟางจะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเขาและหยางหยู่ถิง ช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้จางเสวี่ยหมิงใจเย็นลง แล้วหาทางปรับความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น
ใครจะคิดว่าซุนชวนฟางกลับเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาสนับสนุนจางเสวี่ยหมิง นี่ไม่เท่ากับเติมเชื้อไฟหรอกหรือ?
ทว่า ก่อนที่จางจงชางจะได้สติจากความตกใจ เขาก็รู้สึกถึงสายตาเย็นเยียบคู่หนึ่งที่จับจ้องมาที่ตน
เขาเงยหน้าขึ้น และสบเข้ากับดวงตาไร้ความอบอุ่นของจางเสวี่ยหมิงพอดี
“จางจงชาง” เสียงของจางเสวี่ยหมิงสงบนิ่งจนน่าขนลุก ราวกับกำลังกล่าวถึงเรื่องเล็กน้อยไร้ความสำคัญ “ในฐานะข้าหลวงทหารแห่งมณฑลชานตง นายกลับยอมจำนนต่อญี่ปุ่น ปล่อยให้ญี่ปุ่นเข่นฆ่าชาวจีน โทษนี้สมควรตายหมื่นครั้ง”
รูม่านตาของจางจงชางหดวูบ เขาอ้าปากคิดจะแก้ตัว คิดจะร้องขอชีวิต คิดจะพูดว่า “รองผู้บัญชาการ ไว้ชีวิตผมด้วย” —
แต่เขาไม่มีโอกาสได้เอ่ยแม้แต่คำเดียวอีกต่อไป
ร่างของเกาชุนซิ่นปรากฏขึ้นข้างกายเขาราวกับภูตผี นายทหารรักษาการณ์หนุ่มผู้นี้กำมีดสั้นคมกริบไว้ในมือ ปลายมีดชี้ขึ้น ก่อนแทงจากด้านล่างขึ้นบนเข้าใส่ท้องของจางจงชางอย่างแม่นยำและหนักหน่วง
