ก่อนหน้านี้ฝูเจินเถิงพาสวี่เยียนซางออกไปทางประตูหลัง เพราะต้องการหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย
จ้าวจาวเฝ้าอยู่ด้านนอกดวงตาแห่งวัยเลือนมาตลอด ติดต่อสวี่เยียนซางไม่ได้ เขาจึงเสี่ยงพาคนเข้าไปค้นหาทั่วบริเวณ แต่ก็ไม่พบเธอ สุดท้ายจึงรู้ว่าท่าไม่ดีแล้ว
หลังจากโทรหาสวี่เยียนซางไม่ติด เขาก็รีบโทรหาเฉินหร่านซิงทันที เพราะนอกจากเฉินหร่านซิงแล้ว เขาก็ไม่รู้จะไปปรึกษาใครอีก
พอดีกับที่เฉินหร่านซิงเพิ่งถ่ายทำกับทีมเสร็จในบ่ายวันนี้ แล้วกลับมาถึงเมืองเหนือ เธอตั้งใจว่าจะนัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันในวันพรุ่งนี้อยู่แล้ว ใครจะคิดว่าคืนนี้จะได้รับสายจากจ้าวจาวเสียก่อน
พอมาถึง เธอถึงได้รู้ว่าสวี่เยียนซางเกิดเรื่อง จึงคว้าโทรศัพท์ของจ้าวจาวมา โทรหาสวี่เยียนซางซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปด้วย ติดต่อไปทางพ่อของเธอไปด้วย
แม้พ่อของเธอจะทำธุรกิจเล็ก ๆ แต่มีพี่น้องร่วมสาบานคนหนึ่งเป็นนักเลง แม้จะไม่ได้มีอิทธิพลอะไรนัก แต่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอก็ทำได้เพียงฝากความหวังไว้กับเส้นสายนี้
ใครจะคิดว่าพอโทรหาพ่อ เสียงครางออดอ้อนของผู้หญิงกลับดังมาจากปลายสาย เฉินหร่านซิงพลันหน้าเคร่ง แล้วกดวางทันที
แต่ติดต่อสวี่เยียนซางไม่ได้สักที เธอยิ่งร้อนใจ กัดฟันทนความคลื่นไส้แล้วโทรกลับไปหาพ่ออีกครั้ง พอปลายสายรับ เธอก็ตะโกนใส่โทรศัพท์เสียงดังลั่น “ตาแก่แซ่เฉิน ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
พ่อของเธอคงกำลังหลงระเริงอยู่ในอ้อมกอดสาวงามจนเกินไป จึงขานรับส่ง ๆ สองคำแล้ววางสายไปอีกครั้ง
