แต่ใครจะคิดว่าปลายสายกลับโทรมาไม่หยุด เสียงเรียกเข้าดังต่อเนื่อง เฉินหร่านซิงขยับเข้ามาถามอย่างสงสัย “ใครโทรมาเหรอ? ทำไมไม่รับล่ะ?”
สวี่เยียนซางยิ้มบาง ๆ “โจวมู่ชวน”
เธอยกมือขึ้นปิดเสียงโทรศัพท์ แล้วคว่ำมันวางไว้บนโต๊ะ
นอกจากคดีในวันพรุ่งนี้แล้ว เธอก็ไม่มีอะไรจะคุยกับโจวมู่ชวนอีก
แต่เธอรับปากฝูเจินเถิงไปแล้วว่าจะไม่ยอมไกล่เกลี่ย และให้ไป๋หล่างว่าความให้ ดังนั้นยิ่งไม่มีอะไรต้องพูดกันเข้าไปใหญ่
เฉินหร่านซิงจุ๊ปาก “อดีตสามีเธอเพิ่งหย่ากันไปแล้วจู่ ๆ ก็รู้ตัวว่าคนที่รักจริง ๆ คือเธอหรือไง? หรืออยากมีเมียอยู่บ้านหนึ่งคน แล้วเลี้ยงอีกคนไว้นอกบ้าน? เลวชะมัด!”
สวี่เยียนซางยกมุมปากขึ้นนิด ๆ “คนที่เขารักจริง ๆ คือฉินซือซือต่างหาก”
ส่วนเธอ ก็คงเป็นแค่ของแก้เหงาชั่วคราวในช่วงที่เขายังไม่มีใครเท่านั้น...
“ของแก้เหงา?”
ท่ามกลางเสียงเพลงอึกทึกในเคทีวี โจวมู่ชวนมองโทรศัพท์ที่ไม่มีใครรับสาย ความหงุดหงิดผุดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
เมื่อครู่กลุ่มเพื่อนเล่นเกมจริงหรือกล้า ซือซือแพ้ติดกันหลายรอบ เขาจึงดื่มเหล้าขาวแทนเธอไปเกือบครึ่งขวด พอถึงตาเขาแพ้บ้าง เขาก็ดื่มต่อไม่ไหวแล้ว จึงเลือกทำตามคำท้า
แต่ดันมีเพื่อนตัวแสบที่ไม่รู้จักกาลเทศะสั่งให้เขาโทรหาอดีตภรรยา
ก็แค่เล่นเกม ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเล่นด้วยไม่ได้ เขาไม่ได้ใส่ใจอะไร สวี่เยียนซางคนนั้นเคยตามใจเขาทุกอย่าง อย่าว่าแต่โทรหาเลย ต่อให้เขาขอให้เธอมานั่งดื่มเป็นเพื่อน เธอก็ต้องรับปากแน่
ชีวิตแต่งงานสองปีทำให้เขามั่นใจเช่นนั้น
