สวี่เยียนซางเดินออกมาจากบ้าน พวกคุณน้าชั้นล่างยังคงนั่งเล่นไพ่นกกระจอกกันอยู่ พอเห็นเธอก็ทักทายอย่างเป็นกันเอง “เยียนซาง จะไปแล้วเหรอ?”
สวี่เยียนซางยิ้มรับ “ค่ะ กลับมาเยี่ยมพ่อ เห็นท่านสบายดี ฉันก็วางใจแล้ว”
“เดินทางดี ๆ นะ!”
“ค่ะ”
หัวใจของสวี่เยียนซางอบอุ่นขึ้นมา แต่เดินออกไปได้ไม่ไกล เธอก็ได้ยินเสียงดูแคลนของพวกคุณน้า
“ชิ ทำวางท่าคุณหนูไปได้! โดนเขาไล่ออกจากบ้านแล้ว ยังจะทำเป็นกลับไปเยี่ยมบ้านอีก!”
“พวกเธอไม่ได้ดูเหรอว่าแต่งตัวอย่างนั้นน่ะ ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนใส่รองเท้าส้นสูงกัน? ไม่แน่อาจจะออกไปขายตัวก็ได้!”
“นี่ก็สองทุ่มแล้ว เธอก็ไม่มีที่ไป ไม่ไปยั่วผู้ชายแล้วจะไปไหนได้อีก?”
ฝีเท้าของสวี่เยียนซางชะงัก ร่างกายแข็งค้างอยู่ตรงนั้น อกกระเพื่อมแรงด้วยความโกรธ เธอไม่อยากเชื่อเลยว่าเพื่อนบ้านที่เห็นเธอเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ต่อหน้าทำท่าสนิทสนมกับเธอเสียเหลือเกิน แต่ลับหลังกลับมีใบหน้าเช่นนี้
เธอเคารพคนพวกนั้นราวกับเป็นญาติ ทุกเทศกาลก็ยังส่งของขวัญไปให้เสมอ!
เธออยากกลับไปเถียงกับพวกหล่อน แต่ยังไม่ทันเดินไปถึง ความฮึกเหิมก็พลันมอดลงเสียก่อน
พ่อยังอยู่ที่นี่ เพื่อนบ้านรอบข้างล้วนเป็นเพื่อนของท่าน หากแตกหักกันขึ้นมาจริง ๆ ก็ไม่เป็นผลดีต่อพ่อ
อีกอย่าง ไม่มีใครใส่ใจความโกรธของคนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีความสำคัญหรอก หากอยากได้รับความเคารพ ก็ต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น
เธอทิ้งงานในช่วงที่อาชีพกำลังรุ่งโรจน์ แล้วเป็นนกน้อยในกรงทองอยู่สองปี บัดนี้กลับไม่เหลืออะไรเลย
เธอเป็นคนผลักตัวเองมาถึงจุดนี้ด้วยมือของตัวเอง
ราตรีมืดสลัว สายลมพัดผ่านมา สวี่เยียนซางกระชับเสื้อโค้ตให้แน่นขึ้น ก่อนเดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
