เธอเดินเข้าไปช่วยพี่สะใภ้หวังพยุงขึ้นมา แล้วตำหนิอย่างอดสงสารไม่ได้ว่า “โดนเขาตีขนาดนั้น ทำไมไม่สู้กลับล่ะ เสื้อผ้าจะสำคัญไปกว่าคนได้ยังไง?”
แม้น้ำเสียงของเธอจะมีแววตำหนิ แต่ความเป็นห่วงมีมากกว่า
พอพี่สะใภ้หวังเห็นเวินโหรวมา ก็รีบส่งเสื้อผ้าที่กอดอยู่ในอ้อมแขนให้เธอ
“น้อง เสื้อผ้าฉันเย็บเสร็จแล้ว เอากลับไปลองดูนะว่าพอดีตัวไหม”
เวินโหรวรับเสื้อผ้ามาถือ แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าพี่สะใภ้หวังเป็นคนละเอียดรอบคอบ
ฝีเข็มของเสื้อตัวนี้ประณีตกว่าที่เธอทำมาก แถมยังดูไม่ออกเลยว่าเย็บด้วยมือ รูปทรงก็สวยด้วย
เธอถือเสื้อผ้าไว้ แล้วขยับไปยืนบังพี่สะใภ้หวังกับเสี่ยวหยาไว้ด้านหลัง
ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเป็นเรื่องในครอบครัวคนอื่น จึงไม่ควรเข้าไปยุ่ง แต่วันนี้ถ้ายังไม่ช่วย พี่สะใภ้หวังอาจถูกตีจนตายได้
ป้าจูล้มลงไปกองกับพื้น กระแทกก้นอย่างแรงจนเจ็บไม่น้อย
เวินโหรวมีแรงมากกว่าผู้ชายทั่วไปเสียอีก แน่นอนว่าป้าจูไม่ใช่คู่มือของเธอ
“ใครก็ได้ มาช่วยที มีคนทำร้ายคน!” ป้าจูนั่งแหมะอยู่บนพื้นแล้วเริ่มโวยวายอย่างไร้เหตุผล
เธอชี้หน้าเวินโหรวอย่างโกรธจัด “ฉันตีลูกสะใภ้ตัวเอง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก? แกกล้าแตะต้องฉันเหรอ รอดูเถอะ!”
ป้าจูขึ้นชื่อว่าเป็นคนรับมือยากไปทั่วทั้งเขตบ้านพัก ปกติไม่มีใครกล้าหาเรื่องเธอ
“ไม่ว่าคุณจะตีใครก็ผิดกฎหมายทั้งนั้น อีกอย่าง พี่สะใภ้หวังทำอะไรผิด ถึงต้องลงมือหนักขนาดนี้? ในเมื่อคุณชอบตีคนขนาดนี้ งั้นไปคุยกันที่หน่วยตำรวจดีไหม?”
