“ชิงซวง ทำยังไงดี เห็ดพวกนี้กองอยู่เต็มไปหมด ถ้าขายไม่ออกจะทำยังไง?” ป้าเฟิงได้ยินจากเสิ่นชิงซวงว่าผู้จัดการภัตตาคารของรัฐปฏิเสธที่จะร่วมมือกับพวกเธอ ก็เริ่มร้อนใจขึ้นมาเช่นกัน
ตอนนี้เสิ่นชิงซวงเองก็คิดไม่ตก ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาแย่งกันรับซื้อเห็ดที่เวินโหรวปลูก แล้วทำไมเห็ดที่พวกเธอปลูกกลับไม่มีใครต้องการ?
“พรุ่งนี้ฉันจะลองไปหาคนอื่นดู เห็ดของเราดีขนาดนี้ ฉันไม่เชื่อว่าจะไม่มีใครยอมรับซื้อ”
เสิ่นชิงซวงไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก พวกเธอเหน็ดเหนื่อยทำงานกันมาครึ่งเดือนกว่า ๆ วิ่งเข้าออกแปลงปลูกทุกวันจนแทบหมดแรง ก็เพื่อวันนี้ไม่ใช่หรือ?
ถ้ายอมแพ้ตอนนี้ ความเหน็ดเหนื่อยทั้งหมดที่ผ่านมาไม่สูญเปล่าหรอกหรือ
ถึงเสิ่นชิงซวงจะพูดอย่างนั้น แต่ป้าเฟิงกับคนอื่น ๆ ก็ยังกังวลจนนอนไม่หลับ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ประตูบ้านเสิ่นชิงซวงก็ถูกเคาะ
โจวต้าหย่งยังไม่ทันตื่นดี เสียงเคาะประตูก็ปลุกเขา เขาเปิดประตูออกไปก็เห็นป้าเฟิงกับคนอื่น ๆ ยืนอยู่หน้าบ้าน สีหน้าร้อนใจ
“ผู้บังคับการกองพัน ช่วยไปบอกน้องชิงซวงที อากาศไม่ดีเลย ดูท่าฝนจะตกแล้ว ถ้าเห็ดของเรายังขายไม่ออก กองทิ้งไว้ในบ้านจนขึ้นราก็เสียหมดพอดี”
เดิมทีโจวต้าหย่งก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องที่เสิ่นชิงซวงปลูกเห็ด แต่เขาไม่คิดเหมือนกันว่าผ่านมาหลายวัน พวกเธอจะปลูกเห็ดออกมาได้จริง ๆ
มองเห็ดกองพะเนินอยู่ตรงนั้น ถ้าเสียขึ้นมา ความเสียหายคงไม่น้อย
เขาจึงรีบเข้าไปปลุกเสิ่นชิงซวง พอได้ยินว่าฝนกำลังจะตก เธอก็เริ่มร้อนใจขึ้นมา
“เอาอย่างนี้ วันนี้ฉันจะไปกับเธออีกครั้ง ไปคุยกับผู้จัดการภัตตาคารของรัฐคนนั้นให้รู้เรื่อง ถามดูว่าทำไมถึงไม่ยอมรับซื้อเห็ดของเรา” โจวต้าหย่งเองก็เสียดายเงินที่เกือบจะได้มา จึงเริ่มคิดจะช่วยเสิ่นชิงซวงอย่างจริงจัง
เสิ่นชิงซวงพยักหน้า “งั้นรอฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เราไปกันเดี๋ยวนี้เลย”
พูดจบ เธอก็รีบเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในบ้าน แล้ววิ่งออกมา
พวกเขาเพิ่งเดินมาถึงทางเข้าเขตบ้านพักครอบครัว ก็เห็นผู้จัดการภัตตาคารของรัฐยืนอยู่ตรงนั้นพอดี
เสิ่นชิงซวงเห็นแล้วก็มีสีหน้ายินดี รีบเดินเข้าไปหา
“ผู้จัดการจาง คุณมารับซื้อเห็ดหรือคะ?”
