ผลการเรียนของเสี่ยวหยาแม้จะสอบเข้าจิงต้าไม่ได้ แต่ก็สอบติดมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ได้ หลังเรียนจบแล้วไปเป็นครูก็ถือว่าดีมากแล้ว
มหาวิทยาลัยครุศาสตร์อยู่ไม่ใกล้จิงต้าสักเท่าไร นั่งรถเมล์ยังต้องต่อรถ เที่ยวหนึ่งก็ใช้เวลาตั้งชั่วโมงกว่า
เวินโหรวรู้ข่าวว่าเสี่ยวหยาได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์หลังจากนั้นกว่าหนึ่งสัปดาห์ ทางราบกึ่งทะเลทราย อู๋ลี่จัดเลี้ยงคนทั้งเขตบ้านพักเพื่อฉลองที่เสี่ยวหยาสอบติดมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะ
หลังจากพี่สะใภ้หวังแต่งงานกับอู๋ลี่ได้ไม่กี่ปี เธอก็ให้กำเนิดลูกชายอีกคน ตอนนี้ครอบครัวมีความสุขกันมาก
หลังป้าจูรู้เรื่องที่เสี่ยวหยาสอบติดมหาวิทยาลัย ก็ไปหาที่บ้านหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ถูกพี่สะใภ้หวังไล่ออกมา
หลังจูเชาป่วยเป็นโรคนั้นได้ไม่นานก็เสียชีวิต เหลือป้าจูอยู่ตามลำพังในชนบท
มีชีวิตดี ๆ อยู่แล้วแท้ ๆ แต่กลับไม่ยอมใช้ชีวิตให้ดี ดันหาเรื่องใส่ตัวเสียเอง ตอนนี้คนทั้งหมู่บ้านไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมกับเธอแล้ว
พี่สะใภ้หวังปลูกเห็ดจนหาเงินได้ ตอนนี้ยังซื้อบ้านหลังใหญ่ในตำบลอีกด้วย
อู๋ลี่กับเวินโหรวตกลงกันไว้แล้วว่า พอเขาปลดประจำการจากกองทัพ ก็จะกลับไปทำงานที่บริษัทขนส่งต่อ
ถึงตอนนั้นครอบครัวของพวกเขาจะย้ายไปอยู่ในตำบล จะได้สะดวกขึ้น
ป้าจูไปหาพี่สะใภ้หวังไม่ได้ผล ก็เลยไปดักรออยู่บนถนนแทน
พอเสี่ยวหยาเดินผ่านมา เธอก็ยื่นมือไปคว้าตัวไว้ทันที
“เสี่ยวหยา ได้ยินว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยแล้ว ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอมีอนาคตที่สุด ช่วยสร้างชื่อเสียงให้ตระกูลจูของเราจริง ๆ”
เสี่ยวหยาสะดุ้งตกใจ พอเห็นป้าจู สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ฉันกับตระกูลจูของพวกคุณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันตั้งนานแล้ว ตอนนั้นฉันกับแม่ถูกพวกคุณไล่ออกมา ตอนนี้ฉันแซ่อู๋ ชื่ออู๋ลี่จวิน ไม่ใช่จูเจาตี้คนเดิมอีกแล้ว ปล่อยมือฉันนะ”
เสี่ยวหยากระชากแขนออกจากมือป้าจูอย่างแรง จากนั้นก็ไม่สนใจเธออีก หันหลังเตรียมกลับบ้าน
“ทำไมถึงแซ่อู๋ล่ะ ในตัวเธอมีเลือดของตระกูลจูไหลเวียนอยู่ ยังไงทั้งชีวิตก็เป็นคนของตระกูลจู” ป้าจูยังไม่ยอมแพ้
