เจียงเหยียนพยักหน้า พูดอย่างเย็นชาว่า “สวัสดี”
จากนั้นก็ไม่สนใจเสี่ยวหยาอีก ยกเท้าเดินเข้ามา
อวิ๋นเหยาส่งข้อความบอกเขาไว้นานแล้วว่าเสี่ยวหยาจะมาพักที่บ้าน
เดิมทีเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเสี่ยวหยาคือใคร จนอวิ๋นเหยาเตือนว่าเธอมาจากทางราบกึ่งทะเลทราย เขาถึงนึกขึ้นได้
แต่พวกเขาไม่ได้เจอกันมาหลายปี ต่างก็เติบโตขึ้นแล้ว ความสนิทสนมระหว่างกันจึงจืดจางลงไปไม่น้อย คงกลับไปเป็นเหมือนตอนเด็ก ๆ ไม่ได้อีก
เมื่อเห็นท่าทีเย็นชาของเจียงเหยียนที่มีต่อตัวเอง เสี่ยวหยาก็รู้สึกผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย
เธอปิดประตู จัดเสื้อผ้าของตัวเองอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ก่อนเดินเข้ามาด้วย
“พี่เจียงเหยียน!” พอเห็นเจียงเหยียนกลับมา อวิ๋นเหยาก็กระโดดลงจากเก้าอี้ วิ่งเข้าไปกอดเขาทั้งที่ยังไม่ได้สวมรองเท้า
เจียงเหยียนมองอวิ๋นเหยาด้วยแววตาเอ็นดู ยื่นมือไปขยี้ผมเธอเบา ๆ “ทำไมไม่ใส่รองเท้า”
พูดจบเขาก็เดินไปหยิบรองเท้ามาให้อวิ๋นเหยา
“แม่บอกว่าพี่ทำโครงการเสร็จแล้ว คราวนี้กลับบ้านคงอยู่ได้หลายวันใช่ไหม” อวิ๋นเหยาถามอย่างร้อนใจ
เจียงเหยียนพยักหน้า “อืม เดี๋ยวพี่ดูคะแนนสอบของเธอ แล้วช่วงนี้จะช่วยติวให้”
พอได้ยินว่าเจียงเหยียนจะติวหนังสือให้ อวิ๋นเหยาก็เบ้ปากทันที
“นาน ๆ ทีพี่จะกลับบ้านสักครั้ง พี่ไม่พูดเรื่องเรียนได้ไหม”
เจียงเหยียนไม่หลงกลเธอ เรื่องอื่นในบ้านจะตามใจได้ แต่เรื่องเรียนจะปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด
“เทอมหน้าเธอกับเสี่ยวชูก็จะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่หกแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับว่าพวกเธอจะสอบเข้าโรงเรียนมัธยมไหน ต้องจริงจังกับมัน”
ถึงผลการเรียนของพวกเธอจะทำให้สอบเข้าโรงเรียนมัธยมปาเยได้อย่างแน่นอน แต่เจียงเหยียนก็ยังอยากให้พวกเธอสอบได้คะแนนสูงกว่านี้
พออวิ๋นชูได้ยินว่าเจียงเหยียนกลับมา เธอก็ดีใจและเดินออกมาจากห้อง
เสี่ยวหยาเห็นพี่น้องทั้งสามกำลังคุยกัน จึงไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะ กำลังจะกลับเข้าห้องของตัวเอง แต่อวิ๋นเหยาเรียกเธอไว้เสียก่อน
“พี่ลี่จวิน มานี่เร็วค่ะ”
เจียงเหยียนรู้เรื่องที่เสี่ยวหยาเปลี่ยนชื่อแล้ว เขาจึงหันไปมองเธอเช่นกัน
เสี่ยวหยาเดินเข้าไปหา มองเจียงเหยียนอย่างประหม่า ก่อนเป็นฝ่ายเอ่ยทัก “เจียงเหยียน ไม่เจอกันนานเลยนะ”
