เวินโหรวเห็นเวินจี้กวงคืนเงินมาให้ จึงยิ้มแล้วพูดว่า “หัวหน้าเวิน เงินนี่เป็นสิ่งที่คุณควรได้ ฉันไม่ได้ให้เกินมาสักหน่อย รับไว้เถอะ”
ทุกคนเห็นความพยายามของเวินจี้กวงอยู่แล้ว เขาได้ค่าจ้างสูงขนาดนี้ก็สมควรแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เวินจี้กวงมาทีหลังพวกเขาแท้ ๆ แต่กลับได้เป็นหัวหน้าทีม แถมยังขึ้นค่าจ้างด้วย แม้คนอื่นจะอิจฉาอยู่ในใจ แต่ก็ยิ่งมีแรงฮึดทำงานมากขึ้น
ถ้าอยากขึ้นค่าจ้างบ้าง พวกเขาก็ต้องพยายามให้มากขึ้น
เวินโหรวคิดจะช่วยพี่ชายคนโตของตัวเองมานานแล้ว คราวนี้เลื่อนตำแหน่งพร้อมขึ้นค่าจ้างให้เขา ทุกคนต่างก็ยอมรับอย่างเต็มใจ ส่วนเวินจี้กวงเองก็รับได้
เวินโหรวจำคนไม่กี่คนที่ตามหวังฮุยไปได้ดี
ตั้งแต่มาถึงที่นี่ คนพวกนี้ก็เอาแต่ขี้เกียจ กินแล้วก็ไม่ยอมทำงาน
ถ้าไม่เห็นแก่หน้าห่าวกัง เวินโหรวคงไล่พวกเขาออกไปนานแล้ว
ตอนนี้ต่อให้พวกเขาไปอยู่กับคู่แข่ง เธอก็ไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย
คนครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบพวกเขานี่แหละที่อันตรายที่สุด หวังว่าคู่แข่งจะไม่ถูกพวกเขาหลอกจนเสียหายหนักเกินไป
เวินโหรวจ่ายค่าจ้างงวดสุดท้ายให้พวกเขาครบ ก็เพื่อจะได้ตัดความสัมพันธ์ให้ขาดจากกันเสียที จะได้ไม่ต้องกลัวว่าต่อไปพวกเขาจะก่อเรื่องแล้วทำให้เธอเดือดร้อน
แน่นอนว่าตอนพวกเขาออกไป เวินโหรวก็ให้ทุกคนเซ็นข้อตกลงไว้ด้วย
ต่อจากนี้ไม่ว่าพวกเขาจะไปอยู่ที่ไหน ก็ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทขนส่งของเธออีกแม้แต่น้อย
สุดท้ายเวินจี้กวงก็ทำได้เพียงรับค่าจ้างที่เวินโหรวให้มา เขาถือเงินกลับบ้านแล้วส่งให้หลิวเสี่ยวอวี้
“คราวนี้ทำไมถึงได้เยอะขนาดนี้? เสี่ยวโหรวคำนวณผิดหรือเปล่า?” หลิวเสี่ยวอวี้เห็นเงินในมือเวินจี้กวงก็ถามด้วยสีหน้าตกตะลึง
ก่อนหน้านี้เวินโหรวให้ค่าจ้างพวกเขาเดือนละหกสิบหยวนก็มากพอแล้ว อีกอย่าง เธอไปทำงานในไร่ เดือนหนึ่งก็ยังได้เงินอีกสามสิบหยวน
คราวนี้เวินโหรวกลับขึ้นค่าจ้างให้เวินจี้กวงทีเดียวถึงสี่สิบหยวน สิ่งแรกที่หลิวเสี่ยวอวี้นึกถึงก็คือเวินโหรวเปิดทางพิเศษให้พวกเขา
“น้องเล็กบอกให้ผมเป็นหัวหน้าทีมซ่อมบำรุง แล้วยังขึ้นค่าจ้างให้ด้วย” เวินจี้กวงเล่าข่าวดีนี้ให้หลิวเสี่ยวอวี้ฟัง
