เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ใบหน้าของเวินจีเหนียนก็แดงยิ่งกว่าเดิม
ระหว่างที่เขากำลังลังเล ถานหลินก็หยิบเข็มกับด้ายมาแล้ว
เธอหันหลังให้เขา เอ่ยอย่างเขินอายเล็กน้อยว่า “ถอดได้เลย วางใจเถอะ ฉันไม่มองหรอก”
เวินจีเหนียน “……”
นี่ไม่ใช่เรื่องว่าจะมองหรือไม่มอง
ถึงทั้งคู่จะเป็นโสด เขาที่เป็นผู้ชายจะไม่เป็นไรก็จริง แต่ถานหลินเป็นผู้หญิง ถ้ามีคนเห็นเข้า เธอจะถูกเอาไปนินทาได้
“ไม่...ไม่ต้องหรอก”
เวินจีเหนียนเพิ่งเอ่ยปาก ก็ได้ยินเสียงถานหลินดังขึ้น “เป็นผู้ชายตัวโตแท้ ๆ ทำไมถึงได้อืดอาดนัก ฉันชอบนายจริงก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้หิวกระหายขนาดนั้น รีบถอดกางเกงออกมาให้ฉันปะให้เสร็จ ฉันยังต้องย้ายของต่อ”
พอได้ยินคำพูดของถานหลิน เวินจีเหนียนก็ก้มมองกางเกงตัวเองอีกครั้ง
ที่สำคัญคือตำแหน่งที่ขาดมันน่าอึดอัดจริง ๆ ถ้าไม่ปะ เขากลัวว่าพอออกไปแล้วคนจะพากันมามุงดู
เขามองถานหลิน ไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่นี้เธอจงใจหรือเปล่า
สุดท้ายเวินจีเหนียนก็จนปัญญา ทำได้เพียงถอดกางเกงแล้วยื่นให้เธอ
ถานหลินยื่นมือรับไป แล้วใช้เข็มกับด้ายเย็บให้เขาอย่างรวดเร็ว
เวินจีเหนียนเอ่ยขอบคุณ ก่อนรับกางเกงมาดู สีหน้าพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ตอนนั้นถานหลินเองก็เพิ่งรู้ตัว เธอเอ่ยอย่างกระดากอายว่า “ขอโทษจริง ๆ ฉันเย็บผ้าไม่ค่อยเป็น ปะออกมาเลยไม่ค่อยสวย นายใส่ไปก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะไปซื้อกางเกงตัวใหม่ให้”
เวินจีเหนียนส่ายหน้า “ไม่เป็นไร ใส่ได้”
หลังจากสวมกางเกงแล้ว เขาก็ช่วยถานหลินเก็บข้าวของต่อ
ถานหลินไปจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย แล้วใส่ลงในถุง
เดิมทีที่นี่เป็นแค่ที่พักชั่วคราวของเธอ ข้าวของจึงมีไม่มาก ไม่นานก็เก็บเสร็จ
เวินจีเหนียนหา รถสามล้อมาได้คันหนึ่ง แล้วช่วยขนของทั้งหมดขึ้นไป
ห้องที่ถานหลินได้รับจัดสรรอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ใช้รถสามล้อก็เพียงพอแล้ว
พอขนของขึ้นรถครบแล้ว เวินจีเหนียนก็จงใจเว้นที่ไว้ให้เธอนั่ง
เมื่อถานหลินขึ้นไปนั่งบนรถ เวินจีเหนียนจึงขึ้นไปปั่น มุ่งหน้าไปยังเขตบ้านพักครอบครัว
เขาช่วยถานหลินขนของทั้งหมดเข้าไป แล้วยังช่วยจัดวางให้เรียบร้อย กระทั่งทำความสะอาดตั้งแต่ข้างในจรดข้างนอก
