พอจูเชาได้ยินก็เริ่มลนลาน
“ผู้... ผู้บังคับการกรม แม่ผมไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นหรอกครับ”
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของเขาโดยตรง ตอนนี้เขาจึงไม่กล้าเถียงข้าง ๆ คู ๆ อีกแล้ว
“จูเชา นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของนาย นายจัดการเองเถอะ ถ้าจัดการไม่ได้ ฉันก็ไม่ขัดข้องที่จะให้หน่วยข่าวกรองเข้ามาแทรกแซง”
ฮั่วเหยียนชวนรู้ว่าเวินโหรวพูดเรื่องนี้ขึ้นมาตอนนี้ ก็เพื่อเตือนจูเชากับครอบครัวของเขา
พวกเขาไม่มีหลักฐาน แค่คำพูดของพี่สะใภ้หวังเพียงอย่างเดียวยังไม่พอจะเอาผิดใครได้
แต่ครอบครัวทหารสมคบกับพวกค้าคนถือเป็นเรื่องร้ายแรง หลังจากเตือนกันไปแล้ว เธอคิดว่าพวกนั้นคงไม่กล้าทำอีก
“ผม... ผมจะจัดการให้ดีครับ” ตอนนี้จูเชาจะกล้าไปหาเรื่องเวินโหรวได้อย่างไร เขาทำได้แค่รีบพาพวกเธอกลับไป
หลังจากเรื่องครั้งนี้ ป้าจูก็ไม่กล้าวางท่าอวดดีเหมือนเมื่อก่อนอีก
มีเวินโหรวกับฮั่วเหยียนชวนคอยหนุนหลัง ชีวิตของพี่สะใภ้หวังในบ้านก็ไม่ลำบากเหมือนแต่ก่อนแล้ว
หลังจัดการเรื่องนี้เรียบร้อย พี่สะใภ้หวังก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งเวินโหรว
เธอขอเงินจากจูเชา เตรียมรอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิแล้วค่อยลงทะเบียนให้เสี่ยวหยาเข้าเรียน
ช่วงนี้เหมาะแก่การบุกเบิกที่ดิน พอถึงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้เพาะปลูกธัญพืชทันที
ข่าวนี้ทำให้ทุกคนดีใจกันมาก แบบนี้ก็ประหยัดเงินที่ต้องใช้ซื้อธัญพืชได้
วันรุ่งขึ้น ที่ดินที่แบ่งให้แต่ละครอบครัวก็จัดสรรลงมาเรียบร้อย
