ด้วยฝีมือของเวินโหรว เธอสามารถยื่นขาไปขัดจนชายคนนั้นล้ม แล้วจับตัวเขาไว้ได้อย่างง่ายดายแท้ ๆ
แต่เสิ่นชิงซวงไม่เคยคิดเลยว่าเวินโหรวจะปล่อยเขาไปอย่างนั้น?
เวินโหรวเหลือบมองเสิ่นชิงซวงด้วยสายตาราวกับกำลังมองคนโง่
ยัยคนโง่นี่มาที่ตลาดมืดอย่างเปิดเผยไม่พอ ยังตามโจรขโมยไปคนเดียวอีก ไม่กลัวหรือไงว่าเบื้องหลังโจรขโมยคนนั้นจะเกี่ยวข้องกับพวกค้าคน
ไม่แน่ว่าพอตามไปถึงที่เปลี่ยว เธออาจถูกพวกค้าคนจับตัวไปก็ได้?
ไม่เพียงเท่านั้น ยังอยากให้เธอช่วยอีกหรือ?
เธอไม่ใช่คนที่กินอิ่มแล้วไม่มีอะไรทำ จนต้องไปยุ่งเรื่องชาวบ้านเสียหน่อย
อีกอย่าง คนที่เงินหายก็ไม่ใช่เธอ การแต่งตัวของเสิ่นชิงซวงไม่ต่างจากการบอกโจรขโมยโต้ง ๆ ว่าตัวเองมีเงินมากแค่ไหนหรอกหรือ?
ถูกขโมยก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว ใครจะรู้ว่าโจรขโมยคนนั้นมีพรรคพวกหรือเปล่า เธอไม่อยากเอาตัวเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากนี้
ครั้งนี้ที่เธอมาตลาดมืด เธอปกปิดตัวเองมิดชิดก็เพื่อป้องกันไว้ก่อน เผื่อเกิดถูกจับขึ้นมา
อย่างไรตอนนี้เธอก็ซื้อบัตรสำลีได้แล้ว เรื่องที่นี่ไม่เกี่ยวกับเธออีกต่อไป เวินโหรวจึงหันหลังเดินจากไป
เมื่อเห็นเวินโหรวเดินไปทั้งอย่างนั้น เสิ่นชิงซวงก็โกรธจนกรีดร้องตะโกนเสียงดังว่า “เวินโหรว กลับมานี่เดี๋ยวนี้!”
พอได้ยินเสิ่นชิงซวงเรียกชื่อตัวเอง เวินโหรวก็ยิ่งเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เธอไม่ใช่คนโง่ ถ้าออกหน้าให้เสิ่นชิงซวงจำได้ตอนนี้ เรื่องที่เธอมาตลาดมืดก็ปิดไม่มิดน่ะสิ?
