เวินโหรวมองชีวิตเรียบง่ายแต่เปี่ยมสุขของพวกเขา ก็พลอยยินดีไปด้วย
“ใช่แล้ว พี่ใหญ่พูดถูก ต่อจากนี้พวกเรายังจะหาเงินได้อีกเยอะ คุณใส่กระโปรงตัวนี้ไปเถอะ ข้างหน้ายังมีเสื้อผ้าใหม่อีกเพียบ อย่าเสียดายเลย”
เพราะเวินโหรวพูดเช่นนี้ หลิวเสี่ยวอวี้จึงไม่ได้ถอดกระโปรงตัวนั้นออก
เวินโหรวหยิบของที่ซื้อมาให้เด็กออกมาด้วย เป็นเสื้อผ้าชุดใหม่กับของเล่น
ถึงตอนนี้เด็กจะยังเล็ก แต่พอโตขึ้นอีกหน่อยก็เล่นได้แล้ว
หลิวเสี่ยวอวี้เห็นว่าเวินโหรวยังซื้อของมาให้ลูกด้วย ก็รู้สึกซาบซึ้งใจจนไม่รู้จะพูดอะไรดี
“เสื้อผ้าพวกนี้คุณเอากลับไปให้อวิ๋นชูกับอวิ๋นเหยาใส่เถอะ เด็กยังเล็ก จะให้ใส่ของดีขนาดนั้นไปทำไม? ให้ใส่เสื้อผ้าเก่าของอวิ๋นชูกับอวิ๋นเหยาก็พอแล้ว” คราวนี้หลิวเสี่ยวอวี้เกรงใจเกินกว่าจะรับของจากเวินโหรวอีก
“จะให้ใส่เสื้อผ้าเก่าได้ยังไง หลานสาวฉันจะใส่เสื้อผ้าใหม่ไม่ได้หรือไง?”
ก่อนหน้านี้เธอซื้อเสื้อผ้าให้ลูกสาวทั้งสองคน มีอยู่หลายชุดที่ยังไม่ได้ใส่ก็เลยยกให้น้องสาวตัวน้อยไป ในฐานะป้าแท้ ๆ เธอย่อมไม่อยากให้หลานสาวต้องใส่แต่ของเก่า
อีกอย่าง เธอก็ไม่ได้ซื้อไม่ไหว เสื้อผ้าเด็กไม่กี่ชุดจะใช้เงินสักเท่าไรกัน?
“ต่อไปเสื้อผ้าของเสี่ยวถง ฉันจะซื้อให้เอง เด็กผู้หญิงก็ต้องแต่งตัวถึงจะดูน่ารัก ได้ใส่เสื้อผ้าใหม่สวย ๆ ทุกวัน ดีจะตายไป”
ลูกสาวของเวินจี้กวงมีชื่อว่าเวินซินถง ถึงหน้าตาจะไม่สวยเท่าอวิ๋นชูกับอวิ๋นเหยาตอนเด็ก แต่ก็ได้ข้อดีของเวินจี้กวงมา เป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง
เวินจี้กวงกับหลิวเสี่ยวอวี้มองของขวัญเหล่านั้นแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างยิ่ง
หลังจากมอบของให้แล้ว เวินโหรวก็ไม่ได้อยู่ต่อ กลับไปยังเขตบ้านพักครอบครัว
ระหว่างทางเธอลองคำนวณดูคร่าว ๆ คราวนี้เธอหาเงินได้สามหมื่นกว่าหยวน หักค่าแรงที่จ่ายให้ทุกคน ค่าปรับปรุงบริษัทขนส่งก่อนหน้านี้ ค่าเชื้อเห็ด รวมถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะระหว่างทางออกไปแล้ว
เธอลองคำนวณเงินที่เหลือคร่าว ๆ คิดว่าน่าจะเหลือสองหมื่นห้าพันหยวน
เธอตั้งใจจะนำเงินหนึ่งหมื่นหยวนไปมอบให้กองทัพ ที่นี่ตั้งอยู่ในราบกึ่งทะเลทราย การพัฒนากองทัพก็ต้องใช้เงินไม่น้อย
