“พูดคำที่นายเพิ่งพูดเมื่อกี้ซ้ำอีกครั้งสิ” ฮั่วเหยียนชวนจ้องโจวต้าหย่งด้วยแววตาเย็นชาและขุ่นมัว ไออำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวชัดเจนยิ่งกว่าเดิม น้ำเสียงยังแฝงคำเตือนและความโกรธที่ปิดไม่มิด
โจวต้าหย่งเคยถูกฮั่วเหยียนชวนซ้อมจนกลัว พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าแบบนั้น ในใจก็เริ่มหวั่นขึ้นมา
แต่พอนึกว่าเวินโหรวอาจยังมีเขาอยู่ในใจ เขาก็รวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้นราวกับไม่กลัวตาย “ที่ฉันพูดมีอะไรผิด นายกับเสี่ยวโหรวแต่งงานกันตอนนั้นก็แค่เพื่อรับมือกับที่บ้านเร่งให้แต่งงานไม่ใช่หรือไง ในเมื่อพวกนายไม่มีความรู้สึกต่อกัน ก็ควรปล่อยให้เธอไป ไม่ใช่เอาสมุดทะเบียนสมรสมาใช้ผูกมัดเธอไว้”
พอได้ยินโจวต้าหย่งพูดแบบนั้น ฮั่วเหยียนชวนก็หัวเราะเยาะ ก่อนก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายไว้ทันที
“เรื่องระหว่างฉันกับเวินโหรว ตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้คิวแกเข้ามายุ่ง”
โจวต้าหย่งถูกฮั่วเหยียนชวนกระชากคอเสื้อจนตัวลอย ไม่อาจขัดขืนได้เลย
ตอนนั้นเอง ผู้บังคับการการเมืองจ้าวได้ยินเสียงจึงเดินออกมา เห็นภาพตรงหน้าเข้าพอดี เขาตวาดเสียงเข้มด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พวกนายสองคนทำอะไรกัน ปล่อยมือเดี๋ยวนี้”
ได้ยินเสียงนั้น ฮั่วเหยียนชวนถึงยอมปล่อยมือ
ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ที่นี่ ฮั่วเหยียนชวนคงไม่หยุดแค่กระชากคอเสื้อ แต่คงลงมือซ้อมอีกฝ่ายไปแล้ว
“จัดการเรื่องของตัวเองให้ดี ถ้าฉันรู้ว่าแกแอบสืบเรื่องของเธออีก ฉันไม่ปล่อยแกไว้แน่” ฮั่วเหยียนชวนเตือนก่อนเดินจากไป
เขาได้ยินมาว่าตอนที่ตัวเองไม่อยู่ โจวต้าหย่งเคยไปหาเวินโหรว
แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไรกันแน่ แต่ก็ทำให้ฮั่วเหยียนชวนโกรธขึ้นมาได้สำเร็จ
โจวต้าหย่งมองฮั่วเหยียนชวนด้วยสายตาท้าทาย ไม่ได้หวั่นเกรงคำเตือนของเขาแม้แต่น้อย
ฮั่วเหยียนชวนรู้เรื่องในอดีตระหว่างโจวต้าหย่งกับเวินโหรว จะบอกว่าในใจไม่แคร์เลยก็คงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะพอเห็นหน้าโจวต้าหย่ง มือเขาก็คันยิบ ๆ ขึ้นมา
โจวต้าหย่งไม่สนใจเขาอีก เดินเข้าไปในห้องทำงานของผู้บังคับการการเมืองจ้าว
บาดแผลบนตัวเขาตอนนี้เกือบหายดีแล้ว ที่มาหาผู้บังคับการการเมืองก็เพื่อขอกลับมาฝึกต่อ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตกลงตามคำขอ
