“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีเกินไปแล้ว” เวินโหรวได้ยินหลวี่หมิงพูดแบบนี้ก็รู้สึกดีใจมาก
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ตอนนี้นายก็ดูสุขุมและเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ” เวินโหรวดีใจแทนเขาจากใจจริง
พอถูกเวินโหรวชมแบบนี้ หลวี่หมิงก็มีสีหน้าเขินอาย
“นั่นก็ต้องขอบคุณเธอ ตอนนั้นถ้าเธอไม่ช่วยฉัน ฉันก็คงไม่ได้เจอพี่เผิ่ง” ไม่ว่าเมื่อไร หลวี่หมิงก็ไม่เคยลืมความช่วยเหลือที่เวินโหรวมอบให้
ขอแค่เวินโหรวมาขอให้ช่วย ต่อให้เขาทำไม่ได้ เขาก็จะหาทางช่วยเธอให้ได้
สำหรับเขาแล้ว หากไม่มีเวินโหรว ก็ไม่มีตัวเขาในวันนี้
คำพูดของเขาทำให้เวินโหรวรู้สึกผิดอยู่บ้าง “ฉัน… ฉันไม่ได้ช่วยอะไรนายเลย ทุกอย่างเป็นเพราะนายพยายามด้วยตัวเอง ถึงได้ประสบความสำเร็จอย่างทุกวันนี้”
อย่างไรเสียเธอก็รู้ล่วงหน้าถึงความสำเร็จในอนาคตของหลวี่หมิง ตอนนั้นที่เข้าหาเขาก็มีจุดประสงค์ส่วนตัวอยู่เหมือนกัน
แต่ถ้าไม่มีเวินโหรว เมื่อนับตามเวลาแล้ว ตอนนี้หลวี่หมิงก็คงยังไม่ได้เจอเผิ่งเช่า
ไม่เพียงเท่านั้น ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนในครอบครัวก็คงใกล้จะขาดสะบั้นแล้ว
ที่หลวี่หมิงบอกว่าเวินโหรวช่วยเขาไว้ ความจริงก็ไม่ได้พูดผิด
ชาติก่อน หลวี่หมิงมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวไม่ดีนัก ต่อมาถึงแม้ความสัมพันธ์กับพ่อแม่จะดีขึ้น แต่ตอนนั้นสุขภาพของพวกท่านก็ทรุดโทรมมากแล้ว ไม่นานทั้งสองคนก็ทยอยเสียชีวิตกันไป
หลังจากนั้น ต่อให้เขาหาเงินได้มากแค่ไหน ก็ชดเชยความรู้สึกผิดที่มีต่อพ่อแม่ไม่ได้
สุดท้ายเขาทำได้เพียงพาน้องชายกับน้องสาวมาอยู่ข้างกาย และพยายามช่วยเหลือพวกเขาให้ดีที่สุด
“เอาที่อยู่มาให้ฉัน อีกประมาณสามวันของก็ถึง” หลวี่หมิงเอ่ยขึ้น
พอได้ยินเขาพูดแบบนั้น เวินโหรวก็กลับบ้านไปรอข่าว
ทางด้านฟางถิง เมื่อไม่มีฟางอวี้หรูคอยช่วย เธอก็ไม่กล้าทำตัวกร่างเหมือนก่อน ได้แต่อดทนไปก่อน
เวินโหรวไม่มีเวลาสนใจเธอ เมื่อได้คำรับปากจากเผิ่งเช่าแล้ว เธอก็เริ่มจัดการเรื่องบริษัทขนส่งได้อย่างสบายใจ
ตอนนี้บริษัทขนส่งทางฝั่งราบกึ่งทะเลทรายเริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว เธอเตรียมมอบหมายให้เวินจี้กวงดูแลทั้งหมด
ส่วนทางจิงชื่อ เธอต้องขอความช่วยเหลือจากห่าวกังกับเวินจีเหนียน
