ตั้งแต่ฮั่วเหยียนชวนเลิกไปทำงาน เขาก็รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่อย่างสงบ
ทุกวันเขาได้อยู่เป็นเพื่อนเวินโหรวกับเด็ก ๆ ทำอาหารและทำงานบ้าน ก็ไม่มีเรื่องอื่นให้ทำแล้ว
แม้เจ้าหน้าที่วางแผนครอบครัวจะมาหาเวินโหรวแทบทุกวันเพื่อให้เธอยุติการตั้งครรภ์ แต่เธอก็ยังยืนกรานว่าจะคลอดลูกคนนี้
เธอจ่ายค่าปรับทุกอย่างไปแล้ว ส่วนสวัสดิการทางการแพทย์ฟรีก็ไม่ได้รับ เพราะตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง แต่เรื่องพวกนั้นไม่สำคัญ
เธอมีเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจที่โรงพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เธอก็จ่ายเองได้
หลังเจียงเหยียนรู้ว่าเวินโหรวตั้งครรภ์ พอถึงวันหยุดทุกสัปดาห์เขาก็จะกลับบ้านมาเยี่ยม
หลังเวินโหรวตั้งครรภ์ คนที่เป็นห่วงที่สุดไม่ใช่ฮั่วเหยียนชวน แต่เป็นถานหลิน
เธอหาเวลามาหาเวินโหรวเสมอ ทุกครั้งที่มาก็หอบของบำรุงมาให้มากมาย ราวกับลูกในท้องเวินโหรวเป็นลูกของเธอเอง
“ตอนนี้คุณตั้งครรภ์แล้ว ห้ามขับรถอีกนะ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำยังไง” ถานหลินเกลี้ยกล่อมด้วยความเป็นห่วง
แม้ตอนนี้บริษัทขนส่งจะมอบให้เวินจีเหนียนดูแลแล้ว แต่ในฐานะเจ้าของกิจการ เวินโหรวก็ยังต้องออกหน้าในเรื่องสำคัญบางอย่าง
ตอนนี้เธอเพิ่งตั้งครรภ์ ท้องก็ยังไม่โต ขับรถหรือทำอะไรต่าง ๆ จึงไม่น่ามีปัญหา
แต่คนในบ้านก็ยังเป็นห่วง อยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านและดูแลครรภ์ให้ดี ไม่ต้องทำอย่างอื่น
“ต่อไปคุณอยากไปไหน ผมจะขับรถพาไปเอง” ฮั่วเหยียนชวนพูดเสริมอยู่ข้าง ๆ
เวินโหรวยิ้มแล้วพยักหน้า “ได้ ฉันจะฟังพวกคุณ”
ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ เด็กสองคนก็ดูมีความสุขขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อก่อนตอนอยู่เขตบ้านพักทหาร คนที่เล่นกับพวกเธอมีไม่มาก
พ่อแม่ของเด็ก ๆ พอเจอกันก็อดเปรียบเทียบยศกันไม่ได้
ครอบครัวของคนที่ตำแหน่งสูงกว่ามักไม่อยากคบหากับคนอย่างพวกเธอ ส่วนครอบครัวที่ตำแหน่งต่ำกว่าหน่อยก็ชอบจับกลุ่มกันเป็นก๊กเป็นเหล่า
ปกติเวินโหรวไม่ค่อยได้ติดต่อกับพวกเธอ รู้แค่ว่าพวกเธอมักเอาเรื่องของเธอไปพูดลับหลังอยู่บ่อย ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เขตบ้านพักทหารยังมีระเบียบเข้มงวดมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่นั่นเมื่อไหร่ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึดอัดกดดัน
หลังย้ายออกมา เพื่อนของเด็กสองคนก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
