เวินโหรวกลับถึงบ้านก็ผัดอาหารรสอ่อนสองจาน แล้วนำไปให้ท่านปู่
ตอนที่เธอไปถึง ท่านปู่ตื่นแล้ว กำลังจะลงจากเตียงไปหยิบกาน้ำมาดื่ม
เวินโหรวเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปยื่นกาน้ำให้ท่าน
จังหวะนั้นเอง เธอสังเกตเห็นผงสีขาวเล็กน้อยบนโต๊ะ จึงใช้นิ้วหยิบมานิดหนึ่ง ก่อนยกขึ้นดมด้วยความสงสัย
พอได้กลิ่น คิ้วของเธอก็ขมวด ใบหน้าเปลี่ยนสีไปทันที
“เดี๋ยวก่อน น้ำนี้ดื่มไม่ได้” เธอหันกลับไปเห็นท่านปู่เปิดกาน้ำเตรียมดื่มแล้ว จึงรีบร้องห้ามเสียงดัง
ท่านปู่ได้ยินเสียงเวินโหรวก็หันไปมองกาน้ำโดยไม่รู้ตัว
“เป็นอะไรไป หนูน้อย กาน้ำมีปัญหาอะไรหรือ” ท่านปู่ถามอย่างสงสัย
เวินโหรวส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้ค่ะ แค่รู้สึกว่ามันอาจมีปัญหา”
เธอไม่ใช่หมอ จึงไม่รู้ว่าผงสีขาวนี่คืออะไร เพียงแต่ตั้งแต่ตั้งครรภ์ ประสาทรับกลิ่นของเธอก็ไวขึ้นกว่าปกติ บางครั้งถึงกับได้กลิ่นแปลก ๆ ที่คนอื่นไม่ได้กลิ่น
“เมื่อกี้มีใครมาเยี่ยมท่านหรือเปล่าคะ” เวินโหรวหันไปถามท่านปู่
“ไม่มี”
ก่อนหน้านี้ท่านปู่นอนหลับอยู่ตลอด นอกจากหมอจากสถานีพยาบาล ก็ไม่มีใครมาที่นี่
เวินโหรวถือกาน้ำกับผงสีขาวที่เก็บจากโต๊ะไปหาหมอ
หมอตรวจดูผงสีขาวในมือเธอ สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนเอ่ยอย่างเคร่งขรึมว่า “ในผงยานี่มีส่วนผสมของยาสลบ”
เวินโหรวได้ยินแล้วใจก็สั่นวูบ
หากอาการป่วยของท่านปู่ในตอนนี้ถูกยาสลบทำให้หมดสติไป ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ใครกันที่คิดทำร้ายท่าน
ท่านปู่เพิ่งมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน นอกจากคนในตระกูลฮั่วกับคนในเขตบ้านพักครอบครัวแล้ว ก็เหลือเพียงคนในกองทัพที่รู้เรื่อง หรือจะเป็นฝีมือสายลับ
พอเกิดเรื่องนี้ขึ้น คนแรกที่เวินโหรวนึกถึงก็คือสายลับที่ลงมือทำร้ายคน
แต่พอคิดอีกที เธอก็รู้สึกว่าไม่น่าเป็นไปได้
ต่อให้มีสายลับจริง ๆ ท่านปู่จะมีคุณค่าอะไรถึงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมาทำร้ายท่าน
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือกองทัพ โอกาสถูกจับได้มีสูงขนาดนี้ ใครจะโง่ทำเรื่องแบบนั้น
ถ้าไม่ใช่สายลับ ก็ต้องเป็นคนใกล้ตัว
คิดถึงตรงนี้ สีหน้าของเวินโหรวก็เคร่งเครียดขึ้นมาก
หากมีสายลับอยู่ใกล้ตัวจริง ๆ เรื่องคงยุ่งยากแล้ว
เธอเข้าไปบอกข่าวนี้กับท่านปู่ พอท่านได้ยิน สีหน้าก็หม่นลงทันที
