เวินโหรวเห็นภาพตรงหน้า ก็ยืนอึ้งอยู่กับที่เช่นกัน
โดยเฉพาะเมื่อเห็นแววตาของเขา หัวใจเธอก็ยิ่งสะดุ้งวาบ
เจียงเหยียนในชาติก่อนเป็นคนที่สมควรถูกยิงเป้าโทษประหารสิบครั้ง ซวีจ้วงจ้วงไปหาเรื่องเขา นั่นไม่เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ
ซวีจ้วงจ้วงกินไอติมที่เปื้อนขี้ไก่เข้าไป พอได้สติก็ร้องไห้จ้าวิ่งกลับบ้านไปบ้วนน้ำล้างปากยกใหญ่
เฟิงอวี่เหมยเห็นลูกชายถูกรังแก ก็ทำหน้าดุดันตั้งใจจะไปคิดบัญชีกับเวินโหรว
แต่เสียดายที่เวินโหรวเอาคำพูดที่หล่อนเพิ่งพูดเมื่อครู่ส่งคืนให้แบบคำต่อคำ
“เมื่อกี้คุณก็พูดเองนี่ว่าเด็ก ๆ แค่เล่นกันแรงไปบ้างเป็นเรื่องปกติ อย่าเก็บมาใส่ใจเลย กลับไปฉันจะอบรมเขาให้ดี จะได้จำไว้เป็นบทเรียน”
เวินโหรวพูดจบก็ยิ้ม พลางเอื้อมมือไปจับแขนเจียงเหยียนแล้วพากันกลับบ้าน
ส่วนซวีจ้วงจ้วง หลังจากเรื่องเมื่อครู่ เกรงว่าชาตินี้คงมีปมกับไอติมไปตลอดแล้วกระมัง
หลวี่หมิงเห็นภาพเมื่อครู่ ก็อดตกใจเล็กน้อยไม่ได้
เขามองเจียงเหยียนแล้วคิดในใจว่า เด็กคนนี้ไม่ธรรมดา โตขึ้นต้องประสบความสำเร็จแน่
ต่อไปจะไปหาเรื่องใครก็ได้ แต่อย่าไปหาเรื่องเขาเด็ดขาด
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” หลวี่หมิงทักทายเวินโหรว แล้วเดินไปทางประตูเขตบ้านพักครอบครัว
เวินโหรวเล่าเรื่องบริษัทขนส่งให้หลวี่หมิงฟังคร่าว ๆ พอได้ยินว่าในที่สุดก็มีความคืบหน้า เขาก็ตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน
เพียงแต่อากาศตอนนี้ร้อนมาก อีกทั้งคนในบริษัทขนส่งก็ยังไม่ครบ ต้องรอรับคนให้ครบก่อน ถึงจะเริ่มดำเนินงานได้อย่างเป็นทางการ
หลวี่หมิงเชื่อมั่นในความสามารถของเวินโหรว ตอนนี้เขากำลังรวบรวมกำลังเต็มที่ รอวันที่จะได้ร่วมมือกับเวินโหรวลุยงานใหญ่
ได้ยินว่าด้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มณฑลกวางพัฒนาไปไกลกว่าทางนี้มาก เขาแทบรอไม่ไหวที่จะไปเปิดหูเปิดตา
“ลุงหลวี่ครับ” หลวี่หมิงเพิ่งเดินมาถึงประตูเขตบ้านพักครอบครัว เสียงของเจียงเหยียนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“มีอะไรหรือ เสี่ยวเหยียน” หลวี่หมิงหันกลับมาถามอย่างสงสัย
เจียงเหยียนมองหลวี่หมิง ครั้งก่อนเขากับเวินโหรวเคยเจอหลวี่หมิงที่ตัวเมือง จึงรู้ว่าบ้านของเขาอยู่ในตัวเมือง
