“กิน ๆ อยู่นั่นแหละ นายรู้จักแต่กิน ฉันโดนคนอื่นรังแกแล้ว นายยังคิดแต่เรื่องกินข้าว ไอ้คนไม่ได้เรื่อง ฉันแต่งงานกับนายชาตินี้คงซวยไปแปดชาติ” ซุนเหมยได้ยินเขาพูดแบบนั้น
ก็เดือดดาลขึ้นมาทันที
“แกสมควรโดนแล้ว เมียหัวหน้ากรมฮั่วเป็นคนแบบไหน แกยังกล้าไปหาเรื่องเขา โดนตบสักฉาดก็ถือว่าเบาแล้ว” อู๋ลี่อดทนกับซุนเหมยมานานแล้ว พอได้ยินว่าเธอกล้าไปหาเรื่องเวินโหรว สีหน้าของเขาก็ยิ่งเย็นชา
ได้ยินมาว่าตอนเธอเพิ่งมาถึงเขตบ้านพัก โจวต้าหย่งยังโดนเธอซ้อมจนหงอเป็นหมา
ไม่ใช่แค่นั้น ทั้งกรมยังลือกันว่าแม้แต่หัวหน้ากรมฮั่วก็ยังถูกเธอจัดการจนเชื่อฟังเป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้เธอทั้งช่วยกองทัพขับรถบรรทุกส่งน้ำ ทั้งช่วยจับจารชน แถมยังอาศัยกำลังของตัวเองทำลายแผนวางระเบิดของพวกจารชน ช่วยชีวิตพี่น้องทุกคนไว้
จนถึงตอนนี้ ในกองทัพก็ยังเล่าขานวีรกรรมอันโด่งดังของเธออยู่
พอพูดถึงเธอ พวกพี่น้องต่างก็ชูนิ้วโป้ง ชื่นชมเธอจากใจจริง
ไม่ใช่แค่นั้น ตอนที่เขาเกิดอุบัติเหตุระหว่างขนส่งของครั้งก่อน ก็ต้องขอบคุณเมียหัวหน้ากรมฮั่วที่ช่วยเขาไว้มาก
นับตั้งแต่เรื่องนั้น อู๋ลี่ก็เคารพเวินโหรวจากใจจริง
“นาย...ฉันต่างหากที่เป็นเมียของนาย ตกลงนายเข้าข้างใครกันแน่? นายแอบชอบเวินโหรวคนนั้นหรือไง เห็นว่าเธอยังสาวและสวยสินะ หน้าตาแบบนั้น ไม่รู้ลับหลังจะสำส่อนแค่ไหน ถุย! นังผู้หญิงชั้นต่ำที่คอยยั่วยวนผู้ชาย”
พอได้ยินซุนเหมยพูดถึงคนที่ตัวเองนับถือแบบนั้น อู๋ลี่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ยกมือขึ้นตบแก้มอีกข้างของเธออย่างแรง
“ซุนเหมย ปกติแกจะทำตัวยังไงในบ้านฉันไม่สน แต่หัวหน้ากรมฮั่วกับภรรยาไม่ใช่คนที่แกจะไปล่วงเกินได้ แกควรหัดพูดจาให้มันดี ๆ หน่อย”
คราวนี้ใบหน้าทั้งสองข้างของเธอเลยบวมเท่ากัน ในที่สุดก็ยอมเงียบเสียที
เธอเอามือกุมหน้า ร้องไห้โฮออกมา
อู๋ลี่เห็นว่าคงหวังให้เธอทำกับข้าวให้ไม่ได้แล้ว จึงต้องเดินเข้าครัวไปหาอะไรกินง่าย ๆ เอง
เดิมทีเวินโหรวคิดว่าครั้งก่อนหลวี่หมิงแค่พูดไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าผ่านไปไม่กี่วัน เขาจะเอาตู้เย็นมาส่งให้จริง ๆ
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี เจียงเหยียนไม่ต้องไปโรงเรียน กำลังอยู่บ้านปลอบน้องสาวสองคน
