ถานหลินหน้าตาเย็นชา ผลักเวินหวานไปข้างหน้า จนเธอไปยืนอยู่ตรงหน้าหลี่ไช่เชีย
“นี่... พวกคุณทำอะไรกัน?” ในใจหลี่ไช่เชียคาดเดาได้อยู่แล้ว แต่สีหน้าก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไร
“ทำอะไรน่ะเหรอ? คุณกับลูกสาวตัวดีทำอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจ พวกคุณลักพาตัวคน รอเข้าไปนอนในคุกได้เลย” ตอนนี้ถานหลินไม่มีอะไรจะพูดกับเธออีกแล้ว
“แม่ หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ หนูอยากกลับบ้านกับแม่” เวินหวานมองหลี่ไช่เชียด้วยสีหน้ารังเกียจ ก่อนหันหลังวิ่งกลับไปหาถานหลิน
เธอพยายามจะจับมือถานหลิน แต่กลับถูกผลักออกไปทันที
“ฉันไม่ใช่แม่ของเธอ หลี่ไช่เชียต่างหากที่เป็นแม่แท้ ๆ ของเธอ แม่ลูกก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันให้ดีเถอะ”
“น้องสาว เรื่องนี้มีอะไรเข้าใจผิดกันหรือเปล่า? เรื่องลักพาตัวคนที่เธอพูดถึง ฉันไม่รู้เรื่องเลย เธอเข้าใจผิดหรือเปล่า?” หลี่ไช่เชียยังคงพยายามแก้ตัว เธอไม่เชื่อว่าถานหลินจะสืบพบแล้ว
“เราเจอเสี่ยวเหยแล้ว คุณคิดว่ายังมีอะไรเข้าใจผิดอีกหรือเปล่า? หลี่ไช่เชีย ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าคุณเป็นคนแบบนี้ ตอนนั้นฉันไม่น่าเข้าไปยุ่ง ขับรถพาคุณไปโรงพยาบาลเลย” เวินโหรวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา
ตอนนี้เธอก็เสียใจที่วันนั้นเข้าไปยุ่งเรื่องของคนอื่น ถ้าไม่เห็นแก่เหวินเหวิน เธอคงไม่เสี่ยงขับรถพาหลี่ไช่เชียไปโรงพยาบาลทั้งที่กำลังตั้งครรภ์
“น้องเวินโหรว ฉัน...” หลี่ไช่เชียรู้ว่าที่ตัวเองทำลงไปนั้นเห็นแก่ตัวจริง ๆ แต่เธอก็มีเหตุผลที่พูดไม่ได้
ในใจเธอสำนึกบุญคุณมาตลอด ถ้าวันนั้นไม่มีเวินโหรว เธอกับหว่านหว่านคงไม่รอดชีวิต
“ไม่ต้องพูดแล้ว มีอะไรไปพูดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเถอะ”
เวินโหรวพูดจบ ก็มีคนสวมเครื่องแบบตำรวจหลายคนเดินเข้ามาจากหน้าประตู
เพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตบ้านพักครอบครัวได้ยินเสียงเอะอะก็ออกมาดู เมื่อเห็นหลี่ไช่เชียถูกพาตัวไป ต่างก็เริ่มซุบซิบกัน
ตอนหลี่ไช่เชียถูกพาตัวไป เหวินเหวินก็เดินออกมาจากในบ้าน
เธอยืนอยู่ตรงประตู มองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร
ถึงจะรู้มานานแล้วว่าจะลงเอยแบบนี้ แต่เธอก็ยังทำลงไป
เธอไม่อยากเห็นแม่ของตัวเองเนรคุณ ไม่อยากเห็นแม่ทำร้ายผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเธอ เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวของตัวเอง
