“คุณป้า วางใจได้เลยครับ พวกเราจะดูแลเจียงเหยียนให้ดีแน่นอน”
“ใช่ครับ พวกเราเป็นเพื่อนร่วมห้องกันแล้ว พวกเราจะดูแลเขาเอง”
ต่อหน้าเวินโหรว ทุกคนต่างแสดงความกระตือรือร้นอย่างเต็มที่
“ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนพวกเธอดูแลเจียงเหยียนด้วยนะ ป้าเอาของกินมาฝาก แบ่งกันกินได้เลย ถ้าอร่อย คราวหน้าป้าจะเอามาให้อีก”
เวินโหรวส่งของที่นำมาให้พวกเขา มันเป็นขนมชื่อดังที่สุดของจิงชื่อ ปกติหน้าร้านมีคนต่อแถวยาวเหยียด แถมกล่องหนึ่งก็ราคาไม่ใช่ถูก ๆ เวินโหรวซื้อมาให้คนละกล่อง
เธอสืบมาแล้วว่าหอพักของเจียงเหยียนมีคนอยู่แปดคน จึงเตรียมมาแปดชุด
ในกลุ่มนี้ นอกจากเจียงเหยียนที่เป็นคนจิงชื่อแล้ว คนอื่น ๆ มาจากต่างมณฑลกันทั้งหมด
แม้พวกเขาจะเพิ่งมาจิงชื่อ แต่ก็รู้ว่าขนมกล่องใหญ่ขนาดนี้ราคาตั้งสิบหยวน เท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งเดือนของพวกเขาเลยทีเดียว
“วันนี้ฉันเลี้ยงเอง เดี๋ยวพวกเธออยากกินอะไรก็ตักได้เลย” เวินโหรวมองเวลา เห็นว่าใกล้ถึงมื้ออาหารแล้ว จึงพูดกับเพื่อนร่วมห้องของเจียงเหยียนอย่างกระตือรือร้น
เธอรู้ว่าเจียงเหยียนเป็นคนเงียบขรึม ไม่ชอบพูดคุยกับใคร
แต่มหาวิทยาลัยไม่เหมือนตอนเรียนมัธยม ที่นี่มีคนจากทั่วประเทศมารวมตัวกัน ราวกับเป็นสังคมขนาดย่อม
ถ้าเขาสานสัมพันธ์กับคนอื่นไม่ดี ก็อาจถูกตีตัวออกห่าง พอมีเรื่องอะไรขึ้นมา อย่างน้อยก็จะได้มีคนช่วยเหลือ
ปกติเขามีเรื่องอะไรก็กลัวจะรบกวนเธอ ไม่เคยบอกเธอก่อนเลย ต้องรอให้เธอถามถึงจะยอมพูด
เวินโหรวจึงคิดเผื่อเขา ช่วยให้เขาสานสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมห้องให้ดี
“คุณป้าครับ แบบนี้จะดีหรือครับ” พอได้ยินว่าเวินโหรวจะเลี้ยงข้าว ทุกคนก็รู้สึกเกรงใจ
พวกเขาเพิ่งเปิดเทอมได้ไม่กี่วัน ทั้งยังเพิ่งเจอกันครั้งแรก เธอก็จะเลี้ยงข้าวเสียแล้ว ต่อให้หน้าหนาแค่ไหนก็ยังเกรงใจเกินกว่าจะรับไว้
“มีอะไรไม่ดีล่ะ ต่อไปพวกเธอกับเสี่ยวเหยียนต้องอยู่ด้วยกันตั้งสี่ปี ป้าเลี้ยงข้าวก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว ไปกันเถอะ ไม่ต้องปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นป้าโกรธจริง ๆ ด้วย”
พูดจบ เวินโหรวก็ยื่นมือไปจับแขนเจียงเหยียน จากนั้นพาเพื่อนร่วมห้องของเขาลงบันไดมุ่งหน้าไปโรงอาหาร
