เมื่อได้ยินว่าจะมีนักข่าวมาสัมภาษณ์ ในฐานะหัวหน้ากลุ่มแม่บ้านของเขตบ้านพักครอบครัว เฟิงอวี่เหมยย่อมต้องออกไปต้อนรับอยู่แล้ว
ตอนนั้นเอง ซุนเหมยก็แจ้งข่าวดีนี้ให้ฟางอวี้หรูรู้แล้ว
เมื่อได้ยินว่านักข่าวจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์จะมาสัมภาษณ์ตัวเอง ฟางอวี้หรูก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
เธอแค่บริจาคเงินสิบหยวนเอง ถึงกับต้องมาสัมภาษณ์เลยหรือ?
แต่พอนึกถึงสถานะของตัวเอง เธอก็เชิดหน้าขึ้น ยืดอก วางท่าเดินออกไป
“สหายนักข่าว ฉันเป็นหัวหน้ากลุ่มแม่บ้านของเขตบ้านพักครอบครัว ยินดีต้อนรับพวกคุณมาสัมภาษณ์ค่ะ” เฟิงอวี่เหมยเห็นคนจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ที่หน้าประตู ก็ยิ้มแล้วเดินเข้าไปต้อนรับ
คนจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เซ็นชื่อที่หน้าประตูก่อน จากนั้นจึงเดินเข้ามาพร้อมกัน
แต่คนที่เดินตามเข้ามาด้วยยังมีถานหลิน เธอคุ้นเคยกับคนจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ พอได้ยินว่าพวกเขาจะมาสัมภาษณ์เวินโหรว ก็เลยตามมาด้วย
ตอนนั้น ซุนเหมยกับฟางอวี้หรูก็มายืนรอต้อนรับคนจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์อยู่ที่หน้าประตูแล้ว
ซุนเหมยดีใจยิ่งกว่าตัวเองจะได้ถูกสัมภาษณ์เสียอีก พอเห็นคนจากกองบรรณาธิการเดินเข้ามา ก็รีบยิ้มพลางเดินเข้าไปหา “สหายนักข่าว นี่คือภรรยาของนายพันเอาทั้นที่พวกคุณจะสัมภาษณ์ ครั้งนี้เธอบริจาคเงินมากที่สุดในเขตบ้านพักครอบครัวของเรา พวกคุณต้องสัมภาษณ์เธอให้ดีนะคะ”
หลังซุนเหมยพูดจบ ฟางอวี้หรูก็ยิ้มเดินเข้าไป เตรียมจะจับมือกับคนจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง
“ได้ยินมาว่าภรรยานายพันบริจาคสิบหยวนใช่ไหม ฉันเพิ่งเคยได้ยินว่าบริจาคสิบหยวนก็นับว่าเยอะแล้ว คนที่กองบรรณาธิการของเราจะสัมภาษณ์ครั้งนี้บริจาคเงินให้พื้นที่ภัยพิบัติถึงห้าพันหยวนในคราวเดียว เงินแค่นั้นของเธอคงเทียบเศษเงินของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำมั้ง”
ถานหลินไม่ชอบฟางอวี้หรูมานานแล้ว นิสัยอย่างเธอ พอมีโอกาสอยู่ตรงหน้า จะไม่ฉวยโอกาสเยาะเย้ยอีกฝ่ายให้เจ็บแสบได้อย่างไร?
เธอเองก็ไม่คิดว่าฟางอวี้หรูจะหน้าหนาได้ขนาดนี้ บริจาคแค่สิบหยวน ทำอย่างกับบริจาคไปแสนหยวนอย่างนั้นแหละ
ถึงกับคิดจะให้คนจากกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มาสัมภาษณ์อีก?
