สวนบอนไซเป็นหนึ่งในไม่กี่จุดตลอดเส้นทางที่ตั้งค่ายพักแรมได้ หลายคนเลือกหยุดพักที่นี่เพื่อฟื้นกำลัง เตรียมตัวสำหรับการเดินป่าช่วงต่อไป
ที่จริงหลี่เช่อเองก็ตั้งใจจะตั้งค่ายพักที่นี่เหมือนกัน แต่ไม่คิดเลยว่าผอ.เฉินกับกลุ่มรับมือจะจัดตั้งศูนย์พักผ่อนสำหรับนักท่องเที่ยวไว้ที่นี่เสียเลย
ยังจะพูดอะไรได้อีก? เขาก้าวเท้าเดินต่อ มุ่งหน้าไปยังอาคารศูนย์พักผ่อนนักท่องเที่ยวหลังนั้น
ยังคงเป็นอาคารสำเร็จรูปเหมือนเดิม เพียงแต่คราวนี้ตัวอาคารมีรูปทรงเป็นชิ้นเป็นอัน ราวกับเอาตู้คอนเทนเนอร์หลายตู้มาวางซ้อนกัน ส่วนล่างมีพื้นที่กว้างกว่า แถมยังมีชั้นสองแยกเป็นสัดส่วนด้วย
พอเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นป้ายแขวนอยู่ด้านบนเช่นกัน
ศูนย์พักผ่อนนักท่องเที่ยว
มีน้ำร้อนและชาขิงให้บริการฟรี พร้อมบริการที่พัก
จัดทำโดยเขตท่องเที่ยวเอ๋าไถ
หลี่เช่อเม้มปาก ก่อนเคาะประตู
เขาไม่ต้องรอนาน ประตูบานหนาหนักก็ถูกเปิดออกทันที
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยิ้มแย้มมองเขา สายตากวาดสำรวจอย่างแนบเนียน คล้ายกำลังเทียบใบหน้านี้กับอะไรบางอย่าง
แต่มือกลับไม่ชักช้าเลยแม้แต่น้อย “รีบเข้ามาเลย เข้ามา ข้างนอกหนาว เข้ามาพักก่อน”
หลี่เช่อกระทืบเท้าอยู่หน้าประตู สะบัดตัวปัดเกล็ดหิมะออกไปคร่าว ๆ แล้วค่อยเอ่ยขอบคุณก่อนเดินเข้าไป
ข้างในยังคงอบอุ่นมาก ไม่รู้เหมือนกันว่าใช้วิธีไหน
เขาถอดเป้และเสื้อกันหนาวชั้นนอกออก ก่อนนั่งลงข้างโต๊ะ
ชายวัยกลางคนรินชาร้อนให้เขาเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ยิ้มตาหยีวางไว้ตรงหน้า
“มา ดื่มชาร้อนสักแก้วให้อุ่นร่างกาย”
หลี่เช่อมองท่าทางของอีกฝ่ายแล้วใจพลันกระตุก
รู้สึกคุ้น ๆ อย่างบอกไม่ถูก...
เหมือนตอนเจออาเฉินครั้งแรก อาเฉินก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหรือเปล่า?
ดูท่าลุงคนนี้ไม่ใช่คนของหน่วยความมั่นคงแห่งชาติ ก็ต้องเป็นหน่วยรบพิเศษแน่!
เทียบกับร้านไส้กรอกย่างของอดีตทหารแล้ว ลุงคนนี้ดูเหนือชั้นกว่ามาก ราวกับกลมกลืนไปกับบทบาทได้อย่างสมบูรณ์
เขายิ้มตาหยีกล่าวว่า “ศูนย์นักท่องเที่ยวของเรามีบริการที่พักนะ นักท่องเที่ยวท่านนี้อยากพักที่นี่สักหน่อยไหม รอให้อากาศดีขึ้นแล้วค่อยออกเดินทางก็ได้”
